หน้าแรก  :  เกี่ยวกับเรา  :  สมัครสมาชิก  :  ติดต่อเรา  :  บริจาค
บทความที่ควรอ่าน: กิจกรรมของสมาชิก
คำสัมภาษณ์ เรื่อง “เด็กสมาธิสั้น”
Views: 6349

คำสัมภาษณ์  เรื่อง  “เด็กสมาธิสั้น”
ณ. วิทยุกรมประชาสัมพันธ์  AM 89.1

โดย ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้นแห่งประเทศไทย



คุณนภัทร  พุกกะณะสุต

เจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ : คุณจรัญ  ภาคเพียร

สิทธิมนุษย์ชน  หมายถึง  ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล ที่ได้รับความรับรองหรือคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ  แห่งราชอาณาจักรไทย และสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

คุณจรัญ - สวัสดีครับท่านผู้ฟัง  วันนี้ผม จรัญ  ภาคเพียร  มาพูดคุยเรื่อง เด็กสมาธิสั้นครับ โดยที่มี คุณนภัทร  พุกกะณะสุต เป็นประธานชมรมบุคคลสมาธิสั้นครับ
สวัสดีครับคุณนภัทร

คุณนภัทร - สวัสดีค่ะ
 
คุณจรัญ - เคยได้ยินเรื่องราวเด็กสมาธิสั้นต่าง ๆ แต่ทราบว่า การก่อเหตุร้ายร้ายทั้งต่างประเทศ และในไทยด้วย  มาจากเด็กสมาธิสั้นเหมือนกัน  พอจะบอกท่านผู้ฟังอย่างไรครับ
 
คุณนภัทร - คือ  เด็กสมาธิสั้น ปกติแล้วพออยู่ในวัยเรียนจะดูปกติมาก  แต่ว่าเขาจะมีอาการซน ไม่ค่อยเชื่อฟัง  ไม่ทำตามระเบียบวินัย  มีอาการขี้โมโหซ่อนอยู่ในตัว เพราะฉะนั้นถ้าในวัยเด็ก คุณแม่คุณพ่อ  ครูไปประณามเขา  ติเตียนมาก ๆ เขาจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นก้าวร้าวขึ้นเรื่อย ๆ แล้วยังไม่มีการแก้ไขหรือเข้าใจเขาโดยพูดให้กำลังใจหรือพูดชมเขา  ในที่สุดเขาก็จะเรียนหนังสือไม่ค่อยได้  บางคนก็จะเป็นโรคซึมเศร้าไป หรือถ้าไม่เป็นโรคซึมเศร้า ก็จะเรียนหนังสือไม่จบ  ก็จะออกไปเกเรเลย  จะไปติดยาเสพติดก็ได้   ไปประพฤติผิดกฎหมายก็ได้  อันนี้เรื่องจริง  เท่าที่ทราบประมาณ 50% ที่อยู่ตามท้องถนน  ข่าวทีวีก็ออก  เมื่อไม่มีวันนี้ในอเมริกา มีผู้ชายอายุ 32 เข้าไปยิงเด็กในโรงเรียน  ถามว่า อยากยิงคน ยิงที่ไหนก็ได้  แต่ทำไมต้องยิงที่โรงเรียน   แล้วเกิดเหตุการณ์ติดติดใน 2 สัปดาห์  3  โรงเรียน  ปรากฏว่า แต่ละคนมีความทุกข์ในสมัยเรียนหนังสือทั้งสิ้น

คุณจรัญ - อ๋อ.... มีประวัติอยู่

คุณนภัทร - พอเราสอบเข้าไปลึก ๆ จะทราบทันทีเลยว่าเป็นเด็กเหล่านี้

คุณจรัญ - เรียนถามเรื่อง ชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้น มีมากน้อยแค่ไหน แล้วผู้ปกครองส่วนใหญ่พูดคุยกันเรื่องอะไรครับ  เมื่อเจอกัน

คุณนภัทร - ชมรมของเราก่อตั้งมาตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม  2542  โดยสโมสรสุขภาพของคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนาฯ  ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ กับเจ้าอาวาส   และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9ร่วมกันก่อตั้งร่วม 8 ปี  สมาชิกจริง ๆ มีเยอะ  แต่ที่จะเข้ามาร่วมมาก ๆประมาณ 200 – 300 คน  ส่วนใหญ่ที่จะโทรเข้ามามักจะเป็นหนักในลักษณะว่าหงุดหงิด  แล้วก็เครียดมาก  ไม่รู้จะทำยังไงกับลูกดี แล้วทำไงลูกจะเรียนหนังสือได้  เพราะอย่างนั้นจุดที่เราฟังอยู่ตลอดว่า  คุณแม่มักจะเอาการเรียนนำจนกระทั่งเด็กเครียดจัดเหมือนกัน  เพราะฉะนั้นเราจะพยายามบอก คุณพ่อคุณ แม่กลับไปว่า ให้คิดถึงความสุขเป็นตัวนำ  การเรียนจะตามมา แล้วก็ขอให้คุณพ่อคุณแม่หัดใช้ธรรมะเป็นรายวัน  อย่าโมโห  ว่าคนนะมันมีหลายแบบ ธรรมชาติสร้างมาเราจะไปเปลี่ยนเขาให้เป็นเรา คงจะเป็นไปไม่ได้  แต่จุดก็คือ  ต้องอยู่ร่วมกัน

คุณจรัญ -  อันนี้ คือ สิ่งสำคัญ

คุณนภัทร - แล้วสำคัญที่สุดก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องประคับประคองซึ่งกันและกัน  ส่วนใหญ่คุณพ่อจะไม่ยอมรับเลยว่าลูกมีปัญหาสมาธิสั้น  เพราะเด็กดูปกติมาก มากจริง ๆ 

คุณจรัญ - แสดงว่าคุณพ่ออย่างนั้นเป็นสมาธิสั้น

คุณนภัทร - เพราะอย่างนั้น คุณพ่อไม่รับ  เด็กจะอยู่ในวงจรของความทุกข์มาก ๆ ที่เจอสภาพอย่างนี้  คุณแม่ก็จะเป็นโรคซึมเศร้า  เด็กก็ไม่ทันโต ก็จะเป็นโรคซึมเศร้าเหมือนกัน

คุณจรัญ -  น่าเสียดายที่ป่วยกันเลย หลายคนแล้วทีนี้

คุณนภัทร - แต่ความจริงก็แค่ดีดนิ้วเป๊าะเดียวก็แก้ได้แล้ว  เด็กก็จะดีขึ้น แก้ได้ไม่ยาก

คุณจรัญ -  ทราบว่าเวลาเด็กสมาธิสั้นจะไม่สามารถทำงานที่พ่อแม่ ครูสั่งได้ จริงมั้ยครับ?

คุณนภัทร - จะทำได้เหมือนกัน  จะทำเหมือนกับคนที่ทำอะไรชุ่ยชุ่ย  แต่ถ้ามีคนเตือน คอยกระตุ้นอยู่เรื่อย  เขาก็จะทำได้  อย่างเช่น ถ้าจะทำการบ้าน  ถ้าผู้ที่ร่วมทำการบ้านกับเด็กเข้าใจ อย่างเช่น เด็กเขียนออกมาลายมือไม่สวย ก็อย่าไปมองว่า โอ้โหทำไมลายมือไม่สวย แต่เราต้องชมเขาว่า เขียนได้ตั้งเยอะ มานั่งเขียนใหม่ แล้วให้เวลาเขามากขึ้น  เวลาสอบเหมือนกัน ไม่ค่อยอ่านข้อสอบ ชุ่ยขีด

คุณจรัญ - ฟังที่คุณนภัทรพูด ทำให้ผมรู้สึกว่า บางทีคุณครู หรือพ่อแม่ไม่รู้ว่าเด็กเป็นสมาธิสั้น ก็เลยแก้ปัญหาไม่ถูกทาง
 
คุณนภัทร - คือ  ไม่รู้นั่นก็ส่วนหนึ่ง  พูดกับคุณแม่มากไปเสียแหบเลย  “กระแอม”  ไม่รู้ก็ส่วนหนึ่งไม่เชื่อก็ส่วนหนึ่ง  แต่ที่ผิดสังเกตเพราะได้ยินว่า  สมาธิสั้นต้องซุกซน ก็จะพอไปหา คุณหมอ  ให้คุณหมอวินิจฉัยว่าใช่หรือไม่ใช่  เมื่อทราบว่าใช่ก็ยังทำใจไม่ค่อยได้ เพราะลูกดูไม่เห็นมีลักษณะอะไรที่มันไม่ดีเลย คือ ดื้อมาก  ซนมาก  แล้วคุณแม่  เหนื่อย  คุณครูก็เหมือนกัน  เด็กสมาธิสั้นถ้าอยู่ในชั้นเรียน จะชอบแหย่เพื่อน  ขณะที่เพื่อนฟังครู เด็กก็จะแหย่เพื่อนไม่ฟัง  นั่งใต้โต๊ะบ้าง  เพราะอย่างนั้น พฤติกรรมทางด้านสังคม มันก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

คุณจรัญ - คุณครูก็ต้องเหนื่อยกว่าปกติ

คุณนภัทร - แต่ถ้าพูดกับเขาดีดี  เขาก็จะพยายามแก้ไขตัวเขาเอง  แต่อย่าไปตำหนิติเตียน หรือว่าเขาแรง ๆ จะมีปฏิกิริยาโต้กลับทันที  เพราะโดยธรรมชาติ มีความขี้โมโหอยู่แล้ว

คุณจรัญ - จริงมั้ยที่บอกว่าเด็กสมาธิสั้นจะไม่ตั้งใจฟังตามที่เราพูดด้วย

คุณนภัทร - ใช่ค่ะ...........เขาจะไม่ฟังเลยที่เราพูด แต่เขาจะรู้ว่าเราพูดว่าอย่างไร  เขามีความฉลาด   เหมือนเรา  เพียงแต่ว่า  ฉลาดแปลกแปลก  ตรงที่ว่า เลือกฉลาดเฉพาะเรื่องที่ฉันชอบ

คุณจรัญ - ถ้าฉันไม่ชอบ  ฉันก็ไม่สนใจ

คุณนภัทร - ใช่ค่ะ...........อันนี้นี่แหละ ที่ทำให้คุณแม่ คุณครู หรือคนรอบตัวรู้สึกหงุดหงิด แล้วมักจะทำร้ายจิตใจของเขา ด้วยคำพูด  ก็เลยมีผลเสีย เพราะฉะนั้นชมรมเราก็พยายาม อย่างยิ่งเลยที่จะให้คุณพ่อคุณแม่ และคุณครูเข้าใจจุดนี้ แล้วก็มอบให้เห็นว่า  อันนี้มันเป็นธรรมชาติ สู้เราประคับประคองให้เด็กมีอายุมากขึ้น  เขาก็จะค่อยคลายตัวไปเอง

คุณจรัญ - แล้วจริงหรือไม่ว่า เด็กสมาธิสั้นมักจะลืมบ่อย?

คุณนภัทร - จริงค่ะ........มักขี้ลืมมาก  อย่างลูกชายดิฉันต้องถือว่าเป็นมาก  ถ้าใครได้ไปอ่านหนังสือเรื่อง  พรุ่งนี้ยังไม่สายไป  อย่างเช่น ยกตัวอย่างง่าย ๆ เราจะทำข้าวผัดหมูแฮม  เราก็หาหมูแฮมไม่เจอ  เขาเอาไปเก็บที่ไหนไม่รู้  เขาก็บอกว่า  เขาเก็บแต่เก็บที่ไหนไม่รู้  ปรากฏว่าไปวางอยู่บนเขียง  เราหาในตู้เย็นไม่เจอ  แต่ก่อนเราไม่เข้าใจ  เราก็ว่า  เขาโกหก  เขาก็เสียใจ  เขาก็ตั้งใจดี

คุณจรัญ - เป็นมาอย่างไรถึงได้ไปเขียนหนังสือครับ

คุณนภัทร - คือ  ดิฉันทำเรื่องเด็กสมาธิสั้นมา 8 – 9 ปี  เห็นว่าเป็นเรื่องลำบากมาก  โดยเฉพาะด้านโรงเรียนเข้าใจจัดระบบการศึกษาให้เด็ก ๆ เหล่านี้ ได้มีโอกาสเรียน  อย่างเช่น  ให้มีการคัดแยกว่าเด็กเหล่านี้ที่เป็นโรคนี้  อาจจะมีการสอนเสริม  ขยายเวลาสอบ  ให้การบ้านน้อยลง  เด็กเหล่านี้ก็จะเรียนได้  อย่างที่ทำมา 8 ปี มันเข้าใจว่าทางภาครัฐคงมี   ภาระเยอะเหมือนกัน  ดิฉันก็มาเน้นประชาสัมพันธ์ไปจนกว่าจะได้รับความเห็นใจ และความช่วยเหลือ  ก็เลยลงมือเขียนหนังสือเรื่อง “พรุ่งนี้ยังไม่สายไป”  เป็นเหมือน นิยายชีวิตจริง ๆ นะค่ะ 

คุณจรัญ - ก็เพราะข้อมูลก็ได้เต็มที่

คุณนภัทร - ได้เต็มที่  แล้วเล่ม 2 ก็เป็นเรื่อง “แสนเสียดาย ด. เด็ก”  ซึ่งจะให้เห็นว่า  ถ้าไม่ช่วยเด็กเหล่านี้  เป็นอย่างนี้ ไม่ได้เขียนเป็นวิชาการ  เขียนเป็นเรื่องอ่านสนุกสนุก  แต่จริง ทั้งนั้น

คุณจรัญ - เพื่อจะได้แก้ปัญหากันได้

คุณนภัทร - ต้องอาศัยการประชาสัมพันธ์

คุณจรัญ - เท่าที่ผมฟังมามีนโยบายทางการศึกษาของรัฐ  คือ พยายามจะจัดให้เด็กพิเศษเหล่านี้    แต่ในภาคปฏิบัติก็ไม่รู้ว่าไปถึงไหนกัน
 
คุณนภัทร - ทางกระทรวงศึกษาเปิดโรงเรียนร่วม  เท่าที่ทราบก็ประมาณ 2,000 แห่ง  แต่ถ้าคุณแม่       จูงเด็กหนึ่งคนเข้าไปขอเข้าในโรงเรียน แล้วบอกว่าลูกเป็นสมาธิสั้น  จะเข้าไม่ได้หรอกค่ะ  จะต้องแฝงเข้าไป  คือ ไม่บอก  เมื่อไม่บอก  เข้าไปก็ไปค้นพบกันเอาเอง

คุณจรัญ - คือ....ถ้าเป็นอย่างนั้น  ผมเข้าใจว่า  ถ้าไม่ได้เตรียมคุณครูก่อนก็ย่อมจะมีปัญหากับเด็ก

คุณนภัทร - ค่ะ....ตอนนี้เข้าใจว่าทางกระทรวง มีปัญหาทางด้านงบประมาณ  เพราะถ้าทำนะค่ะ ก็ต้องเรียนตรงๆ เลยว่ามันเป็นเรื่องใหญ่  แต่ถึงเรื่องใหญ่ก็ต้องทำ  เพราะเด็กที่ตีกัน  ทางการแพทย์บอกเลย  ครึ่งนึงนะเป็นพวกเด็กสมาธิสั้น  แล้วตามเกณฑ์ของสหรัฐ  ถ้า      ประชาชนไทยมี 64 ล้านคน  จะมีเด็กสมาธิสั้น 1.4 ล้านกว่าคน  เพราะฉะนั้น มันเป็นเรื่องใหญ่  มันจำเป็นต้องทำ สมมุติว่าปีนี้เราทำตรงนี้  ปีหน้าเราทำอีกที  พออีก 10 ปี   มันก็ครบถ้วน  แต่ถ้าเรายังไม่เริ่มให้ชัดเจน  เด็กเหล่านี้ก็จะหลุดจากระบบการศึกษา  นอกจากคนที่เป็นนิดเดียวจริง ๆ ถึงจะอยู่ได้

คุณจรัญ - เท่าที่คุณนภัทรค้นพบ  เด็กเป็นสมาธิสั้นแล้ว คุณพ่อไม่รู้ คุณแม่ไม่รู้  คุณครูไม่รู้ เขามีผลกระทบอะไรบ้าง
 
คุณนภัทร- พอไม่รู้ แม่ก็จะตี  เพราะจะเหนื่อยผิดปกติ แล้วก็เครียด ในบ้านก็จะเครียด  พ่อก็จะไม่เห็นด้วย  เพราะนาน ๆ คุณพ่อจะดูลูกที  แล้วส่วนใหญ่เท่าที่โทรเข้ามามักมีปัญหา ครอบครัวแตกแยก  เพราะคุณพ่อรับไม่ได้  อันนี้เป็นเรื่องของทางบ้าน  เรื่องของทางโรงเรียน  สมมุติว่า เด็กเข้าไปโดยทางคุณครูไม่รู้  รึว่าคุณครูรู้  ขณะนี้คุณครู แต่ละโรงเรียนคุมเด็กตั้ง 40 – 50 คน  ก็เห็นใจคุณครู

คุณจรัญ - การเพิ่มเด็กพลังพิเศษอีก

คุณนภัทร - ก็ต้องบอกว่า คุณครูตายอย่างเขียดหล่ะ  ก็โทษคุณครูไม่ได้  มันเป็นเรื่องที่ภาครัฐจะต้องตระหนัก  เพราะปัญหาอันนี้เราหมุนซ้ายหมุนขวาเดี๋ยวก็เจอค่ะ..... อาจจะ ลูกหลานเรา ญาติพี่น้อง หรือเพื่อน  เพราะอย่างนั้น ต้องทำเป็นระบบ  แต่เชื่อว่ามันคงขาดงบประมาณแล้ว  เท่าที่ดิฉันทราบจะมีกองทุนเพื่อสนับสนุนให้ครูได้เรียนรู้เกี่ยวกับโรคเหล่านี้  กองทุนอันนี้ดิฉันเข้าไปร่วมประชุมอยู่ด้วย  กว่าจะลงมือปฏิบัติสนับสนุนจริง  เด็กจะหลุดจากระบบการศึกษาไป  อันของเก่า ๆ ก็ยังไม่ไป ของใหม่ก็เข้ามาเพิ่ม  เพียงแต่ว่าถ้าเราเอาธรรมะมาใช้ในระหว่างที่คอยแก้ปัญหานี้  เด็กเหล่านี้จะไปได้

คุณจรัญ - สมมุติว่า ครอบครัวหนึ่งมีลูกน้อย แล้วเมื่อเขาโตขึ้น พ่อแม่ได้รู้ว่าลูกเป็นสมาธิสั้น       เพราะอย่างนั้นคุณพ่อ คนที่ไม่เคยเข้าใจ  คุณพ่อคุณแม่คู่นี้ ควรจะทำอย่างไรครับ
 
คุณนภัทร - ส่วนใหญ่ยังไม่ทันทำอะไรหรอกค่ะ  คุณพ่อจะทิ้งคุณแม่ก่อน  เท่าที่ทราบจะหย่าไปบ้าง จะแยกไปเฉย ๆ เลย

คุณจรัญ - ถ้าเป็นคุณพ่อที่ดี

คุณนภัทร - ถ้าเป็นคุณพ่อที่ดี ก็จะมาช่วยกันมาหาความรู้ แล้วก็จะพยายามแบ่งเบาภาระคุณแม่ก็มี แต่ก็น้อยมากค่ะ  แล้วคุณแม่จำนวนไม่น้อยก็จะเป็นโรคซึมเศร้า  สังเกตมั้ยค่ะว่าที่กรม สุขภาพจิตออกมาบอกเรื่องโรคซึมเศร้า  ก็จะมีคุณแม่พวกเรารวมอยู่เยอะ  แล้วก็ซึมเศร้าเพราะสามีไม่เห็นใจ แล้วตัวเด็กเอง ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือ  เขาก็จะอยู่ในห้องแห่งความทุกข์

คุณจรัญ -  ฟังดูแล้ว มันก็เศร้าซึมจริง ๆ

คุณนภัทร - ใช่ค่ะ.... ฟังแล้วเศร้าซึมจริง ๆ ดิฉันรอดพ้นมาได้  ถ้าไปอ่านหนังสือที่ดิฉันเขียน  ลูก       ดิฉันน่าจะเป็นซึมเศร้า  แต่ดิฉันปรับตัวขึ้นมา พอใจแล้วก็เอาความสุขนำ  การเรียน เรื่องเล็กเลย  ในที่สุดลูกก็เรียนจนจบ  ก็คุณแม่ต้องไปจดการบ้านให้

คุณจรัญ - ตอนนี้ลูกชายอายุเท่าไหร่แล้วครับ

คุณนภัทร - ก็ 20 กว่า แล้วค่ะ

คุณจรัญ - เป็นหนุ่ม

คุณนภัทร - ตอนนี้เป็นผู้ช่วยครู  ดูแลเด็กที่มีปัญหา  ออทิสติก

คุณจรัญ - ก็น่าจะสื่อสาร ช่วยเหลือกันได้ดี  อันนี้ต้องชมคุณครู อาจารย์ที่สอนลูกชายอยู่

คุณนภัทร  - เขาก็ช่วยดูแลเด็กออทิสติก ได้เงินเดือนก็จะเอามาให้แม่   แต่มีอยู่ครั้งนึง เขากลับมาเครียดมาก  เขาบอกว่า เขาขอลาออก  เขาบอกว่า ทนไม่ไหว  เด็กพูดไม่รู้เรื่อง  เราก็เลย  หัวเราะ  เราก็เลยถามว่า ลูกน่าจะเห็นใจเด็ก ๆ เหล่านั้นนะ  ถ้าเราแปลงทุกอย่างเป็น   เสียงหัวเราะ เด็กก็จะดีขึ้น

คุณจรัญ - ทราบว่าทางชมรมผู้ปกครอง บุคคลสมาธิสั้นจะมีงานเร็ว ๆ นี้  มีงานอะไรครับ

คุณนภัทร - ใช่ค่ะ  เนื่องจากเท่าที่คุยกับคุณพ่อคุณแม่  เอาคุณแม่ดีกว่า คุณพ่อไม่ค่อยได้คุย มา 8 ปี  ส่วนใหญ่คุณแม่จะไม่เชื่อมั่นในเรื่องยา  ไม่ยอมรับเรื่องยา  วันที่  29  ตุลาคม  เราจะมีการสัมมนาเรื่อง “การเพิ่มศักยภาพลูกสมาธิสั้น....ไม่ใช้ยาได้หรือไม่”  ที่โรงพยาบาล    กรุงเทพ   สำรองที่นั่ง  เบอร์โทร: 02-932-8439   เวลา  8.20 – 12.30 น.

คุณจรัญ - ผมว่า พ่อแม่ท่านใดที่คิดว่าลูกใช่หรือไม่  น่าจะไปงานนี้  เราคุยกันเยอะ แต่เวลาเรามีน้อย  พอจะสรุปให้กับผู้ฟังทางบ้านหน่อยครับ
 
คุณนภัทร  - ค่ะ......อยากพูดว่าเด็กสมาธิสั้น โอกาสที่จะดีขึ้นจนหาย  มีโอกาสสูงมาก  ถ้าคุณพ่อคุณแม่ร่วมมือกันฝึกฝนตนเอง ให้ช่วยเหลือลูก  ให้กำลังใจ ไม่โกรธลูก  คุณครูและเพื่อน ก็เหมือนกัน  เด็กจะตั้งใจทำ เพราะรักทั้งพ่อแม่ค่ะ

คุณจรัญ - หมดเวลาแล้วครับ   สวัสดีครับ

คุณนภัทร - สวัสดีค่ะ  คุณจรัญ  ภาคเพียร



บทความที่ควรอ่าน: กิจกรรมของสมาชิก
»ลงชุมชนทรัพย์สินเก่า "บ้านครูเครือ"
26-09-2018
»ลงชุมชนทรัพย์สินเก่า "บ้านครูส้ม"
26-09-2018
»ทอดผ้าป่า 29 ก.ค. 2561
09-08-2018
»ทอดผ้าป่า 29 ก
09-08-2018
»กิจกรรม "การเลี้ยงดูลูกให้ประสบความสำเร็จและเชื่อฟัง"
09-02-2018
»กิจกรรม "ทำจุดอ่อนของลูกให้เป็นจุดแข็ง"
28-01-2018
»งานทอดผ้าป่าที่วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก 12 พ.ย. 2560
13-11-2017
»กิจกรรมในชุมชนโรงปูน
01-09-2017
»กิจกรรมเข้าชุมชน บึงระราม ๙ บ่อ 3 เมื่อ 5 ก.พ. 2560
14-02-2017
»กิจกรรม ปั้นดินเกาหลี ณ สำนักงานชมรมฯ เมื่อ 29 ม.ค. 60
14-02-2017
»งานทอดผ้าป่ามหากุศล ณ โบสถ์วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก
21-12-2016
»กิจกรรม "ฝึกการคิดรวบยอด" เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2559
08-09-2016
»การลงชุมชนรุ่งมณีพัฒนาเพื่อแนะนำ "วิธีเลี้ยงดูลูกซุกซนอยู่ไม่สุข"
10-04-2016
»งานทอดผ้าป่ามหากุศลที่วัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก เมื่อ 20 ก.พ. 2559
29-03-2016
»"แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่าง พ่อ-แม่"
11-12-2015
»19 เม.ย. 2558 "ไปเที่ยวเสิ่นเจิ้นในไทย"
11-12-2015
»ช่วยเหลือ "เด็กซุกซนอยู่ไม่สุข หรือเด็กสมาธิสั้น"
03-07-2015
»งานทอดผ้าป่าที่วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เมื่อ 21 มีนาคม พ.ศ. 2558
03-04-2015
»แลกเปลี่ยนประสบการณ์คุณแม่เด็กอายุไม่เกิน 11 ปี
14-01-2015
»กิจกรรม "เดคูพาท"
01-12-2014
»งานทำบุญฉลองสำนักงานใหม่
01-12-2014
»กิจกรรมคลายทุกข์คุณแม่และคุณลูกด้วยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์
01-12-2014
»กิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างพ่อแม่เด็กโต
01-12-2014
»งานทอดผ้าป่าที่วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก
11-03-2014
»กิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์
30-01-2014
»กิจกรรมเรื่องวิธีพูดให้ลูกเป็นสุขและภูมิใจ
07-08-2013
»กิจกรรมแสดงและเรียนมายากล
29-06-2013
»กิจกรรมเพิ่มศักยภาพเด็กสมาธิสั้นด้วยการปลูกฝังจิตใต้สำนึก
29-06-2013
»กิจกรรมล้างจิตใต้สำนึกเพิ่มสุข
29-06-2013
»กิจกรรมเรื่องเพิ่มศักยภาพเด็กสมาธิสั้นด้วยการปลูกฝังจิตใต้สำนึก
07-08-2013
»กิจกรรมเรื่องล้างจิตใต้สำนึก เพิ่มสุข
07-08-2013
»งานสังสรรค์ปีใหม่ 20 มค 2556
28-03-2013
»งานทอดผ้าป่าเพื่อช่วยเด็กสมาธิสั้นยากจน 21 ต.ค. 2555 ที่วัดพระราม ๙
18-11-2012
»กิจกรรมเที่ยวสนุกไปบุกฉะเชิงเทรา
07-08-2013
»งานทอดผ้าป่ามหากุศล
01-05-2012
»กิจกรรมสังสรรค์ปีใหม่ 8 ม.ค. 2555
01-05-2012
»เสวนาเรื่องเด็กสมาธิสั้นก็เก่งได้ ที่ วัดพระราม๙
01-05-2012
»เที่ยวเมืองประวัติศาสตร์กาญจนบุรี (ตอนที่ 2)
01-05-2012
»เที่ยวเมืองประวัติศาสตร์กาญจนบุรี (ตอนที่ 1)
01-05-2012
»กิจกรรม SI
01-05-2012
»กิจกรรมคลายทุกข์คุณแม่
01-05-2012
»กิจกรรมของสมาชิก
11-01-2017
»ทอดผ้าป่า วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก
01-05-2012
»ทอดผ้าป่า สร้างวิหาร วัดใหม่บ้านโนนสำราญ อ.ท่ากันโท จ.กาฬสินธุ์
01-05-2012
»การบรรยายเรื่อง "การดูแลเด็กสมาธิสั้นแนวใหม่"
01-05-2012
»นั่งรถไฟไปหัวหิน
01-05-2012
»การบรรยาย เลี้ยงเด็กสมาธิสั้นสไตล์เจ้าอาวาส ที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก
02-05-2012
»ชมโครงการหุบกะพง และ สหกรณ์เกษตรกรรมวังน้ำเขียว
01-05-2012
»คำสัมภาษณ์ เรื่อง “เด็กสมาธิสั้น”
01-05-2012
»การเสวนา "เพิ่มศักยภาพ ลูกสมาธิสั้น...ไม่ใช้ยาได้หรือไม่"
01-05-2012
»งานเสวนาผู้ปกครอง เรื่องปัญหาพฤติกรรมของเด็กสมาธิสั้น
02-05-2012
 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเรา  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา  บริจาค
Copyright©2018 adhdthai.com
Powered by SMEweb