หน้าแรก  :  เกี่ยวกับเรา  :  สมัครสมาชิก  :  ติดต่อเรา  :  บริจาค
บทความที่ควรอ่าน: สาเหตุของสมาธิสั้น
สาเหตุของสมาธิสั้น
Views: 59928

สาเหตุของสมาธิสั้น

สาเหตุที่ชัดเจนของสมาธิสั้น ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน แต่ก็มีงานวิจัยในระยะ 10 ปี ที่ผ่านมาชี้ว่า สาเหตุมาจาก ความผิดปกติของสารเคมี บางชนิดในสมอง เช่น dopamine norepinephrine  serotonin ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีความผิดปกติใน การทำงานของวงจรที่ควบคุมสมาธิ และการตื่นตัวซึ่งอยู่ที่สมองส่วนหน้า (frontal cortex) จากการศึกษา ส่วนใหญ่ยังพบว่า มีปัจจัยอื่น ๆ อีกเช่น พันธุกรรม ซึ่งเชื่อว่ามีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยพบว่า เด็กที่เกิดจากพ่อแม่ที่มีสมาธิสั้น จะมีโอกาสที่จะเป็นได้มากกว่าเด็กอื่น ๆ ถึง 4 เท่า เด็กผู้ชายเป็นมากกว่าเด็กผู้หญิง 3 ถึง 7 เท่า แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ว่า ลูกคนไหนมีอัตราเสี่ยงมากพอที่จะเป็น

นอกจากนี้การที่ สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ พ่อแม่เสพสารเสพติด ติดเหล้า บุหรี่ ขาดสารอาหาร ปัญหาความเจ็บป่วยในระหว่างตั้งครรภ์ ในระหว่างคลอด การบาดเจ็บที่สมองหรือมีปัญหาภูมิแพ้ในครอบครัว เชื่อได้ว่าเป็นสาเหตุให้เกิดความผิดปกติหรือบกพร่องในด้านต่างๆ ในเด็กได้

การที่เด็ก "ติดเกม" โดยที่พ่อแม่เป็นคนเริ่มซื้อเกมให้ลูก โดยไม่ได้เฉลียวใจว่า ลูกอาจติดเกมได้และมันคือ "ยาพิษ" ที่ทำให้สมองเด็กพัฒนาไปในทางที่ผิด ทำให้เกิดปัญหาทางด้านพฤติกรรมและอารมณ์ เด็กที่ติดเกมทั้งๆที่ไม่ได้เป็นเด็กสมาธิสั้น อาจกลายเป็นเด็กที่มีสมาธิสั้นได้ ในกรณีเช่นนี้จะเรียกว่าเด็กมี สมาธิสั้นเทียม แต่ถ้าเด็กมีสมาธิสั้นอยู่แล้วจะทำให้ปัญหาของเด็กรุนแรงขึ้น

ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์พยายามที่จะศึกษาค้นคว้าว่า การถ่ายทอดทางพันธุกรรมอยู่ที่ความผิดปกติของยีนตัวใด ถ่ายทอดแบบไหนและถ้าได้คำตอบนี้ จะส่งผลทำให้เราเข้าใจการกระจายของโรคได้ จะทำให้เป็นจุดหักเหในการรักษาและการป้องกันมิให้เกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พึงระลึกไว้เสมอก็คือ สมาธิสั้น ไม่ได้เกิดจากความผิดและความบกพร่องของพ่อแม่หรือเป็นความผิดของเด็ก มันเป็นเรื่องของธรรมชาติหรือในทางพุทธถือว่า เป็นเรื่องของกรรม

การเลี้ยงดูเด็กที่ผิดวิธี เป็นเพราะพ่อแม่รักลูกมากเกินไป จนเกิดความวิตกกังวล กับอนาคตของลูก จึงปล้ำสั่งสอนลูกจนเกินเหตุ จนกลายเป็น กดดันลูกให้เกิดความทุกข์ ได้ ถึงแม้ว่าการเลี้ยงดูบางลักษณะที่มีแต่ความรุนแรง เช่น การขาดระเบียบวินัยในบ้าน และ การตี ดุ ด่า ว่ากล่าว อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น แต่ก็เป็นเพราะความไม่รู้ของพ่อแม่ ๆ คงยึดหลักตามสุุภาษิตโบราณที่ว่า "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี"

ปัจจุบันโลกและสังคมเปลี่ยนไป การเลี้ยงดูลูก ไม่ว่าจะเป็นลูกคนพิเศษหรือไม่ใช่คนพิเศษ พ่อแม่ต้องปรับเปลี่ยนและยืดยุ่นอย่างเหมาะสม แต่ทุกกรณี ต้องยึดหลัก ทาน ศีลและภาวนา ทั้งสิ้น เพราะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ระหว่างพ่อ แม่ ลูกและบุคคลอื่นในสังคม ใกล้ตัวหรือไกลตัว ปัญหาและอุปสรรคภายในครอบครัวหรือสังคมจะคลายตัวได้โดยง่าย การอยู่ร่วมกันจึงจะเกิดความรู้สึก "สบาย ๆ" ปัญหาและความยากลำบากในเรื่องต่างๆจะถูกแก้ไขได้โดยง่าย สำเร็จก็ดี ไม่สำเร็จก็ได้สามารถเปลี่ยนวิธีการใหม่ได้ ไม่มีตำว่า "สายไป" ทุกเรื่อง

**************

 



 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเรา  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา  บริจาค
Copyright©2017 adhdthai.com
Powered by SMEweb