หน้าแรก  :  เกี่ยวกับเรา  :  สมัครสมาชิก  :  ติดต่อเรา  :  บริจาค
บทความที่ควรอ่าน: สาเหตุของสมาธิสั้น
สาเหตุของสมาธิสั้น
Views: 23457

 สาเหตุของสมาธิสั้น

          สาเหตุที่ชัดเจนของสมาธิสั้น  ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน  แต่ก็มีงานวิจัยในระยะ 10 ปี  ที่ผ่านมาชี้ว่า  สาเหตุมาจาก  ความผิดปกติของสารเคมี บางชนิดในสมอง  เช่น  dopamine   norepinephrine   serotonin ฯลฯ

        นอกจากนี้  ยังมีความผิดปกติใน การทำงานของวงจรที่ควบคุมสมาธิ และการตื่นตัวซึ่งอยู่ที่สมองส่วนหน้า (frontal cortex) จากการศึกษา  ส่วนใหญ่ยังพบว่า  มีปัจจัยอื่น ๆ อีกเช่น พันธุกรรม  ซึ่งเชื่อว่ามีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยพบว่า  เด็กที่เกิดจากพ่อแม่ที่มีสมาธิสั้น  จะมีโอกาสที่จะเป็นได้มากกว่าเด็กอื่น ๆ ถึง 4 เท่า  เด็กผู้ชายเป็นมากกว่าเด็กผู้หญิง  3  ถึง  7  เท่า  แต่อย่างไรก็ตาม  ยังไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ว่า  ลูกคนไหนมีอัตราเสี่ยงมากพอที่จะเป็น

        นอกจากนี้การที่  สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ  พ่อแม่เสพสารเสพติด  ติดเหล้า บุหรี่  ขาดสารอาหาร  ปัญหาความเจ็บป่วยในระหว่างตั้งครรภ์  ในระหว่างคลอด  การบาดเจ็บที่สมองหรือมีปัญหาภูมิแพ้ในครอบครัว  เชื่อได้ว่าเป็นสาเหตุให้เกิดความผิดปกติหรือบกพร่องในด้านต่างๆ ในเด็กได้ 

        การที่เด็ก "ติดเกม" โดยที่พ่อแม่เป็นคนเริ่มซื้อเกมให้ลูก โดยไม่ได้เฉลียวใจว่า  ลูกอาจติดเกมได้และมันคือ "ยาพิษ" ที่ทำให้สมองเด็กพัฒนาไปในทางที่ผิด  ทำให้เกิดปัญหาทางด้านพฤติกรรมและอารมณ์  เด็กที่ติดเกมทั้งๆที่ไม่ได้เป็นเด็กสมาธิสั้น  อาจกลายเป็นเด็กที่มีสมาธิสั้นได้  ในกรณีเช่นนี้จะเรียกว่าเด็กมี  สมาธิสั้นเทียม  แต่ถ้าเด็กมีสมาธิสั้นอยู่แล้วจะทำให้ปัญหาของเด็กรุนแรงขึ้น

       

         ปัจจุบัน  นักวิทยาศาสตร์พยายามที่จะศึกษาค้นคว้าว่า  การถ่ายทอดทางพันธุกรรมอยู่ที่ความผิดปกติของยีนตัวใด  ถ่ายทอดแบบไหนและถ้าได้คำตอบนี้ จะส่งผลทำให้เราเข้าใจการกระจายของโรคได้  จะทำให้เป็นจุดหักเหในการรักษาและการป้องกันมิให้เกิดขึ้นได้

         อย่างไรก็ตาม  สิ่งที่พึงระลึกไว้เสมอก็คือ  สมาธิสั้น ไม่ได้เกิดจากความผิดและความบกพร่องของพ่อแม่หรือเป็นความผิดของเด็ก  มัน  เป็นเรื่องของธรรมชาติหรือในทางพุทธถือว่า  เป็นเรื่องของกรรม 

         การเลี้ยงดูเด็กที่ผิดวิธี  เป็นเพราะพ่อแม่รักลูกมากเกินไป  จนเกิดความวิตกกังวล กับอนาคตของลูก  จึงปล้ำสั่งสอนลูกจนเกินเหตุ  จนกลายเป็น กดดันลูกให้เกิดความทุกข์ ได้  ถึงแม้ว่าการเลี้ยงดูบางลักษณะที่มีแต่ความรุนแรง  เช่น  การขาดระเบียบวินัยในบ้าน  และ  การตี  ดุ  ด่า ว่ากล่าว  อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น  แต่ก็เป็นเพราะความไม่รู้ของพ่อแม่ ๆ  คงยึดหลักตามสุุภาษิตโบราณที่ว่า  "รักวัวให้ผูก  รักลูกให้ตี"

           ปัจจุบันโลกและสังคมเปลี่ยนไป  การเลี้ยงดูลูก  ไม่ว่าจะเป็นลูกคนพิเศษหรือไม่ใช่คนพิเศษ  พ่อแม่ต้องปรับเปลี่ยนและยืดยุ่นอย่างเหมาะสม แต่ทุกกรณี  ต้องยึดหลัก  ทาน ศีลและภาวนา  ทั้งสิ้น  เพราะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน  ระหว่างพ่อ  แม่  ลูกและบุคคลอื่นในสังคม  ใกล้ตัวหรือไกลตัว  ปัญหาและอุปสรรคภายในครอบครัวหรือสังคมจะคลายตัวได้โดยง่าย  การอยู่ร่วมกันจึงจะเกิดความรู้สึก "สบาย ๆ"  ปัญหาและความยากลำบากในเรื่องต่างๆจะถูกแก้ไขได้โดยง่าย   สำเร็จก็ดี  ไม่สำเร็จก็ได้สามารถเปลี่ยนวิธีการใหม่ได้  ไม่มีตำว่า "สายไป" ทุกเรื่อง

 **************

 

 

 

 

 

 



 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเรา  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา  บริจาค
Copyright©2014 adhdthai.com
Powered by SMEweb