หน้าแรก  :  เกี่ยวกับเรา  :  สมัครสมาชิก  :  ติดต่อเรา  :  บริจาค
บทความที่ควรอ่าน: สาเหตุของสมาธิสั้น
สาเหตุของสมาธิสั้น
Views: 49784

�สาเหตุของสมาธิสั้น

����������สาเหตุที่ชัดเจนของสมาธิสั้น� ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน� แต่ก็มีงานวิจัยในระยะ 10 ปี��ที่ผ่านมาชี้ว่า� สาเหตุมาจาก� ความผิดปกติของสารเคมี บางชนิดในสมอง� เช่น� dopamine�� norepinephrine � serotonin ฯลฯ

������� นอกจากนี้� ยังมีความผิดปกติใน การทำงานของวงจรที่ควบคุมสมาธิ และการตื่นตัวซึ่งอยู่ที่สมองส่วนหน้า (frontal cortex) จากการศึกษา� ส่วนใหญ่ยังพบว่า� มีปัจจัยอื่น ๆ อีกเช่น พันธุกรรม� ซึ่งเชื่อว่ามีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยพบว่า� เด็กที่เกิดจากพ่อแม่ที่มีสมาธิสั้น� จะมีโอกาสที่จะเป็นได้มากกว่าเด็กอื่น ๆ ถึง 4 เท่า� เด็กผู้ชายเป็นมากกว่าเด็กผู้หญิง� 3� ถึง� 7� เท่า� แต่อย่างไรก็ตาม� ยังไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ว่า �ลูกคนไหนมีอัตราเสี่ยงมากพอที่จะเป็น

������� นอกจากนี้การที่� สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ� พ่อแม่เสพสารเสพติด� ติดเหล้า บุหรี่� ขาดสารอาหาร� ปัญหาความเจ็บป่วยในระหว่างตั้งครรภ์� ในระหว่างคลอด� การบาดเจ็บที่สมองหรือมีปัญหาภูมิแพ้ในครอบครัวเชื่อได้ว่าเป็นสาเหตุให้เกิดความผิดปกติหรือบกพร่องในด้านต่างๆ ในเด็กได้�

������ �การที่เด็ก "ติดเกม" โดยที่พ่อแม่เป็นคนเริ่มซื้อเกมให้ลูก โดยไม่ได้เฉลียวใจว่า� ลูกอาจติดเกมได้และมันคือ "ยาพิษ" ที่ทำให้สมองเด็กพัฒนาไปในทางที่ผิด� ทำให้เกิดปัญหาทางด้านพฤติกรรมและอารมณ์� เด็กที่ติดเกมทั้งๆที่ไม่ได้เป็นเด็กสมาธิสั้น� อาจกลายเป็นเด็กที่มีสมาธิสั้นได้� ในกรณีเช่นนี้จะเรียกว่าเด็กมี� สมาธิสั้นเทียม� แต่ถ้าเด็กมีสมาธิสั้นอยู่แล้วจะทำให้ปัญหาของเด็กรุนแรงขึ้น

�������

���������ปัจจุบัน� นักวิทยาศาสตร์พยายามที่จะศึกษาค้นคว้าว่า� การถ่ายทอดทางพันธุกรรมอยู่ที่ความผิดปกติของยีนตัวใด� ถ่ายทอดแบบไหนและถ้าได้คำตอบนี้ จะส่งผลทำให้เราเข้าใจการกระจายของโรคได้� จะทำให้เป็นจุดหักเหในการรักษาและการป้องกันมิให้เกิดขึ้นได้

�������� อย่างไรก็ตาม� สิ่งที่พึงระลึกไว้เสมอก็คือ� สมาธิสั้น ไม่ได้เกิดจากความผิดและความบกพร่องของพ่อแม่หรือเป็นความผิดของเด็ก� มัน� เป็นเรื่องของธรรมชาติหรือในทางพุทธถือว่า� เป็นเรื่องของกรรม

�������� การเลี้ยงดูเด็กที่ผิดวิธี� เป็นเพราะพ่อแม่รักลูกมากเกินไป� จนเกิดความวิตกกังวล กับอนาคตของลูก �จึงปล้ำสั่งสอนลูกจนเกินเหตุ� จนกลายเป็น กดดันลูกให้เกิดความทุกข์ ได้� ถึงแม้ว่าการเลี้ยงดูบางลักษณะที่มีแต่ความรุนแรง� เช่น� การขาดระเบียบวินัยในบ้าน� และ� การตี� ดุ� ด่า ว่ากล่าว� อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น� แต่ก็เป็นเพราะความไม่รู้ของพ่อแม่ ๆ� คงยึดหลักตามสุุภาษิตโบราณที่ว่า� "รักวัวให้ผูก� รักลูกให้ตี"

���������� ปัจจุบันโลกและสังคมเปลี่ยนไป� การเลี้ยงดูลูก� ไม่ว่าจะเป็นลูกคนพิเศษหรือไม่ใช่คนพิเศษ� พ่อแม่ต้องปรับเปลี่ยนและยืดยุ่นอย่างเหมาะสม แต่ทุกกรณี� ต้องยึดหลัก� ทาน ศีลและภาวนาทั้งสิ้น� เพราะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน� ระหว่างพ่อ� แม่� ลูกและบุคคลอื่นในสังคม� ใกล้ตัวหรือไกลตัว� ปัญหาและอุปสรรคภายในครอบครัวหรือสังคมจะคลายตัวได้โดยง่าย� การอยู่ร่วมกันจึงจะเกิดความรู้สึก "สบาย ๆ"� ปัญหาและความยากลำบากในเรื่องต่างๆจะถูกแก้ไขได้โดยง่าย�� สำเร็จก็ดี� ไม่สำเร็จก็ได้สามารถเปลี่ยนวิธีการใหม่ได้ �ไม่มีตำว่า "สายไป" ทุกเรื่อง

�**************



 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเรา  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา  บริจาค
Copyright©2016 adhdthai.com
Powered by SMEweb