หน้าแรก  :  เกี่ยวกับเรา  :  สมัครสมาชิก  :  ติดต่อเรา  :  บริจาค
บทความที่ควรอ่าน: บทบาทของจิตแพทย์
บทบาทของจิตแพทย์
Views: 15467

 บทบาทของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

        คุณพ่อคุณแม่  ถ้ารู้สึกเครียดมากกับพฤติกรรมของลูก หรือ เห็นว่าทนไม่ไหวแล้วที่คุณครูเชิญพบหลายครั้ง  ต้องรีบปรึกษาผู้รู้  เมื่อได้รับคำแนะนำให้พบแพทย์  จะต้องรีบนัดหมายจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น (เด็กต้องอายุไม่เกิน 15 ปี ถ้าเกินต้องพบจิตแพทย์ผู้ใหญ่) เพื่อวินิจฉัยอาการและรับยามาให้ลูกรับประทาน หากแพทย์เห็นว่าจำเป็น

        การนัดพบแพทย์จะใช้เวลานานเป็นเดือน  เพราะจิตแพทย์มีน้อย  ระหว่างคอยเวลา  คุณควรเร่งศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การช่วยเหลือเด็กโดยไม่มีเงื่อนไข  จนเด็กมีความสุข   คุณจะต้องตั้งใจทำให้ได้ ไม่ว่าจะก่อนพบแพทย์หรือหลังพบแพทย์


        ไม่มีแพทย์ที่ไหนในโลกจะช่วยลูกคุณได้  นอกจากตัวคุณเอง  คุณจะต้องเรียนรู้การช่วยเหลือลูกแบบเบาๆ สบายๆ  ไม่เครียด  มิฉะนั้น คุณจะกลายเป็นคนไข้ที่มีอารมณ์ซึมเศร้าเสียเอง

        ติดต่อเราเพิ่อปรึกษาหาริอเรื่องการสร้างความสุขให้ลูก ที่โทร.02-9328439

        จำให้แม่นว่า “เราคือเพื่อนร่วมทุกข์ของคุณ”

       

เมื่อคุณพาลูกไปพบแพทย์ ในการตรวจวินิจฉัยแพทย์จะทำดังนี้

  • ให้ลูกคุณพบนักจิตวิทยาคลินิก  เพื่อวัดไอคิวและสุขภาวะจิต

  • ให้แบบฟอร์มประเมินอาการของลูกคุณ  เพื่อนำไปให้คุณครูกรอก  คุณเองก็ต้องกรอกแบบฟอร์มด้วยเช่นกัน

  • แพทย์นัดพบคุณและลูก  เพื่อดูพฤติกรรมของลูกคุณ  พร้อมด้วยรายงานของนักจิตวิทยาคลินิก  ของครูและของคุณ  การวินิจฉัยจึงจะถูกต้องแม่นยำ ไม่วินิจฉัยผิวเผินเพราะเด็กอาการอื่น เช่น  เด็กออทิสติก  ถ้าเดินไปเดินมาในห้องแพทย์  อาจถูกมองว่าเป็นเด็กสมาธิสั้น  ประกอบกับคำพูดของคุณแม่ที่พูดว่า “ลูกซนมาก ไม่เชื่อฟัง”

  • แพทย์จะให้ยา  หากเด็กมีปัญหามาก  ทั้งด้านพฤติกรรมที่บ้านและที่โรงเรียนและสังเกตเห็นคุณแม่เครียดมาก  ถ้าอาการไม่มาก  จะไม่มีการให้ยาและแพทย์จะนัดพบใน 1 เดือนและ 2 เดือนถัดไป  เพื่อประเมินอาการหลังจากรับประทานยาและจะนัดต่อเนื่องทุก 3-6  เดือนจนกว่าเด็กจะดีขึ้นหรือหาย  ถ้าเด็กมีอาการมาก  ในขั้นต้นแพทย์จะนัดพบทุก 15 วันและเมื่อเด็กดีขึ้นจะเปลี่ยนเป็นทุกเดือนหรือทุก 2 เดือนหรือทุก 3-6 เดือน คุณควรจะต้องไปพบแพทย์ตามนัด จนกว่าแพทย์เห็นว่า  เด็กดีขึ้นหรือหาย  จึงจะเลิกนัดุ นั่นคือ  ก่อนที่ลูกคุณจะเป็นวัยรุ่น  หากการช่วยเหลือลูกของคุณเป็นไปอย่างถถูกต้อง
  • แพทย์มักไม่มีโอกาสพูดอธิบายหรือให้กำลังใจคุณแม่ได้มากเพราะคนไข้มีมาก  จนแพทย์เองก็เครียดเช่นกัน  คุณควรช่วยตนเอง  ถ้าแพทย์ไม่พูดอธิบาย  คุณสามารถซักถามให้เกิดความชัดเจนได้  แต่ดีที่สุดภายหลังพบแพทย์ คุณต้องหาตัวช่วยหรือผู้มีประสบการณ์ จะเป็นประโยชน์มาก

  • แพทย์มักไม่มีโอกาสจดจำสิ่งที่คุณแม่พูดเพราะคนไข้มาก  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  อาการต้านยาและผลข้างเคียงที่รุนแรง  คุณจำเป็นต้องเขียนตัวโตๆ ใส่กระดาษให้แพทย์เก็บในเวชระเบียบและจดจำได้

  • ในกรณีที่พบแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชนหรือคลินิก  หากคุณฐานะด้อย ให้แจ้งแพทย์  แพทย์ส่วนใหญ่มีเมตตาและชอบช่วยเหลือคนไข้ผู้มีความทุกข์ แต่ดีที่สุดคุณควรใช้บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค  เพราะจะได้รีบยา "Ritalin - ริทาลิน ฟรี"

  • จำไว้ว่า  แพทย์ยินดีตอบคำถามของคุณ  แต่ถ้าคุณไม่ถาม  แพทย์จะเข้าใจว่าคุณรู้แล้ว

  • แพทย์จะรู้สึกยินดีมากที่ทราบว่า  ลูกคุณอาการดีขึ้นและคงจะยกลูกคุณเป็นกรณีตัวอย่าง

  • ถ้าคุณพบว่าแพทย์คนไหนมีเมตตาน้อย  คุณสามารถเปลี่ยนแพทย์ได้เสมอ เพราะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้  แต่ให้จำไว้ว่า  แพทย์ส่วนใหญ่มีเมตตาและแพทย์ส่วนใหญ่ต้องการเห็นลูกคุณดีขึ้นหรือหาย





 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเรา  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา  บริจาค
Copyright©2017 adhdthai.com
Powered by SMEweb