หน้าแรก  :  เกี่ยวกับเรา  :  สมัครสมาชิก  :  ติดต่อเรา  :  บริจาค
เกี่ยวกับเรา
Views: 5111

ชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้นแห่งประเทศไทย
The Parents 'Club of the ADHD of Thailand

ที่ตั้ง

40/96  หมู่บ้านระเบียงทอง 4   ถนนนาคนิวาส ซ.44  แขวงลาดพร้าว  เขตลาดพร้าว
กรุงเทพ ฯ  10230
โทร. 02-932-8439    แฟกซ์  02-935-4088   
เว็บไซต์
www.adhdthai.com
อีเมล์    thaiadhd@yahoo.com

วันก่อตั้ง

10 ตุลาคม  พ.ศ.  2542

ประวัติความเป็นมา

คุณฐิติพันธิ์  พุกกะณะสุต  ลูกชายของคุณนภัทร  พุกกะณะสุต เป็นแรงบันดาลใจที่คอยกระตุ้นให้คุณนภัทรช่วยเหลือเด็กๆ มิให้คุณพ่อคุณแม่ตีหรือดุ คุณฐิติพันธ์ สอนให้คุณแม่รู้จักธรรมะ ใช้วิธีปฏิบัติตามหลักทาน  ศีลและภาวนา  ในชีวิตประจำวันให้ถูกต้องที่สุด  สอนให้คุณแม่เลิกพูดคำว่า “ทำไม” และพูดว่า “ไม่เป็นไร  ช่างมันเถอะ  อะไรก็ได้  อย่างไรก็ได้” จนคุณนภัทรซาบซึ้งและช่วยเหลือเด็กๆ และพ่อแม่คนอื่นๆอย่างทุ่มเท

ผู้ร่วมก่อตั้ง

สโมสรสุขภาพแห่งศูนย์แพทย์พัฒนาซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดย พ.ญ คุณสวรรยา เดชอุดม และ ท่านเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙  กาญจนาภิเษก  พระธรรมบัณฑิต  และ  ท่านผู้ช่วยเจ้าอาวาส  พระราชญาณกวี เป็นผู้สนับสนุนและช่วยเหลือให้เกิดการก่อตั้งชมรมในขณะนั้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองและบุตรหลานให้มีกำลังใจ

  2. เพื่อช่วยเหลือให้พ่อแม่ผู้ปกครองเข้าใจวิธีเลี้ยงดูบุตรหลานให้ถูกทาง ไม่ทำร้าย บุตรหลานทั้งทาง กาย  และทางใจโดยไม่เจตนา

  3. เพื่อช่วยเหลือบุตรหลานให้มีอาการดีขึ้น  หรือ หาย  หรือ มีพฤติกรรมที่เหมาะสมในการดำรงชีวิต โดยสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

  4. เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองและบุตรหลานได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

  5. เพื่อให้บุตรหลานดำรงชีวิตอยู่ในสังคมรอบตัวอย่างเท่าเทียมผู้อื่น 

ที่ปรึกษาและคณะกรรมการผู้ร่วมก่อตั้ง

ท่านเจ้าอาวาสและท่านผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก  และคณะกรรมการสโมสรสุขภาพแห่งศูนย์แพทย์พัฒนาเป็นที่ปรึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ญ. คุณสวรรยา  เดชอุดม

            คุณนภัทร  พุกกะณะสุต       ประธาน
            คุณธิติมา  อินทรปาณ         กรรมการและเลขานุการ
            คุณสุภาภรณ์  อุชชิน           กรรมการและเหรัญญิก
            คุณทิพวัน  เวศกาวี             กรรมการ
            คุณอมรรัตน์  ศรีสุรินทร์       กรรมการ
            คุณธำรง  บูรณตระกูล         กรรมการ
            คุณนารีรัตน์  เสนะวัต          กรรมการ

ที่ปรึกษาและคณะกรรมการปัจจุบัน

ที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์
           พระธรรมบัณฑิต  ท่านเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙   กาญจนาภิเษก
          
พระราชญาณกวี  ท่านผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

ที่ปรึกษาฝ่ายฆราวาส
           พ.ญ คุณสวรรยา เดชอุดม       ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
          
รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล       จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น (นักเรียนทุนอานันทมหิดลและอเมริกันบอร์ด)
           
ผศ.นพ. ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
           
นพ.ทรงภูมิ เบญญากร            จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
          
คุณปทมวรรณ   เพิ่มพูล          นักจิตวิทยา

คณะกรรมการปัจจุบัน




                  คุณนภัทร  พุกกะณะสุต     
                  ประธาน


 

 



                  คุณสุภาภรณ์  อุชชิน   
                  กรรมการกิตติมศักดิ์

 

 




                  คุณธำรง  บูรณตระกูล
                  กรรมการวิชาการ

 

 




                  คุณอมรรัตน์  ศรีสุรินทร์    
                  กรรมการวิชาการ

  

 

        

                                          คุณสมโชค  ชาติศิริวัฒนา

                                          กรรมการวิชาการ

 

                  

              

                คุณหญิงปานทิพย์  อัทธเสรี

                       กรรมการกิตติมศักดิ์และเหรัญญิก

 

 

                                      

                    คุณเสริมสุข ศิริธรรม

                    กรรมการ

 

 

                                     

                   คุณอาณัติ ชีวะคำนวณ

                   กรรมการ

 

 

 

                                          คุณพศ  วัชรกำธร

                                           กรรมการวิชาการ

 

                                          

 

การดำเนินงาน

  1. ให้คำปรึกษาในฐานะพ่อแม่ที่มีประสบการณ์ตรงอย่างยาวนาน
    - ทางโทรศัพท์  อีเมล์  พบส่วนตัว
    - แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย
    - แนะนำวิธีกินยา  การเลี้ยงดู  การแก้ปัญหา
    - ช่วยค้นหาอาการแทรกซ้อนและอาการที่พัฒนาเพิ่มขึ้น
    - ช่วยแนะนำจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น  ในกรณีเร่งด่วนจะช่วยติดต่อแพทย์

    - ช่วยแนะนำโรงเรียนที่เหมาะสม
  2. จัดกิจกรรมสำหรับผู้ปกครอง
    - จัดกิจกรรมให้ความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของโรค
    - จัดกิจกรรมคลายเครียดผู้ปกครองและให้กำลังใจ
    - จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์
    - จัดกิจกรรมปรับพฤติกรรมผู้ปกครอง
    - จัดกิจกรรมวิธีดูแลช่วยเหลือบุตรหลานให้มีความสุขและความภาคภูมิใจ

  3. จัดกิจกรรมสำหรับบุคคลสมาธิสั้นและที่มีอาการแทรกซ้อน
       
    - กิจกรรมเสริมสร้างความภาคภูมิใจ
    - กิจกรรมปรับพฤติกรรมให้รู้จักควบคุมตนเองให้อยู่ในระเบียบวินัย  
      ให้รู้จักการรอคอยและการรับผิดชอบ
    - กิจกรรมเสริมสร้างทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
       
  4. ทำการประชาสัมพันธ์ให้สังคมรับรู้ถึงอาการสมาธิสั้น
    - ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อนิตยสาร  หนังสือพิมพ์  สื่อโทรทัศน์และวิทยุ
    - ทำแผ่นพับเพื่อวางตามสถานที่ต่าง ๆ
    - ทำจดหมายข่าว “เพื่อนแม่” สำหรับสมาชิกทุกเดือน
    - จัดทำเวปไซท์เรื่องสมาธิสั้น

  5. ร่วมประชุมและสัมมนากับส่วนราชการเพื่อให้ช่วยเหลือบุคคลสมาธิสั้นที่อยู่ในระบบการศึกษาและที่หลุดจากระบบการศึกษา

 

    6.   บรรยายให้ความรู้ด้านการเลี้ยงดูและช่วยเหลือให้พ่อแม่และครูได้ทราบและนำไปปฏิบัติ

   

   7.  ร่วมสัมมนา  อภิปรายและวิภาษณ์งานวิจัย 

        การเข้ารับคำปรึกษาและร่วมกิจกรรม  สมาชิกของชมรมฯ จะได้รับสิทธิพิเศษก่อนบุคคลทั่วไป  เราต้องการให้สมาชิกเลี้ยงดูลูกให้ประสบความสำเร็จและเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ให้พ่อแม่มือใหม่ได้ปฏิบัติตามจนประสบความสำเร็จเช่นกัน

ปัญหาที่พบ 
ในระดับบุคคลและครอบครัว

  1. พ่อแม่ผู้ปกครองและครูส่วนใหญ่ยังไม่สามารถปรับพฤติกรรมตนเอง ให้เลิกทำร้ายเด็กทางคำพูด  ซึ่งมีผลเสียต่อจิตใจเด็กทำให้ดูเหมือน ขาดเมตตาธรรม โดยไม่เจตนา
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีฐานะด้อยหรือยากจน
  2. พ่อแม่ผู้ปกครองและครูส่วนใหญ่ยัง ไม่สามารถปรับพฤติกรรม เด็กสมาธิสั้น ให้ได้ผลตามที่ทางการแพทย์ระบุได้  เพราะยังระงับความหงุดหงิดและความโกรธไม่ได้  ทั้ง ๆ ที ไม่มีเจตนาและรักเด็ก

  3. การเลี้ยงดูที่กดดันจนเกินศักยภาพและความสามารถทางการเรียน  รวมทั้งการไม่นำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน  ทำให้ ขาดเมตตาธรรม  และไม่มีปิยวาจาโดยไม่มีเจตนา  ทำให้เกิดปัญหาแก่เด็กสมาธิสั้นเมื่อเติบโตเป็นวัยรุ่น  โดยเฉพาะเด็กที่ยากไร้และขาดโอกาสในการเข้าถึงความช่วยเหลือเพราะยากจน  ตามที่ทางการแพทย์ระบุดังนี้
         - ก้าวร้าว ดื้อ เกเร ต่อต้าน  ท้าทาย 
      
       - อารมณ์ซึมเศร้า
         - อารมณ์แปรปรวน
         - ปัญหาพฤติกรรม ถ้าไม่เกิดปัญหาข้างต้นก็จะหันไปเสพยาเสพติดและประพฤติผิดกฎหมายเพราะหลงผิด เช่น ตีกัน ขับรถซิ่ง ขว้างหิน ลักขะโมย  ทำร้ายผู้อื่นเมื่อไม่พอใจ  ลักขะโมย จี้ปล้น ฯลฯ  สามารถ สร้างความรุนแรงให้สังคมถึง 56 เปอร์เซ็นต์ ของความรุนแรงที่เกิดขึ้นตามข่าวประจำวันและมีแนวโน้มที่เปอร์เซ็นต์สูงขึ้น
  4. พ่อแม่ส่วนใหญ่เมื่อลูกได้รับประทานยาแล้วมักจะ ไม่สนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมหรือปรับพฤติกรรมตนเองและลูก เพื่อช่วยเหลือลูกให้ถูกต้อง  ยังคงเข้าใจว่ายาคือคำตอบทั้งหมด เมื่อลูกมีอาการมากขึ้นจนถึงขั้นพูดว่า"ไม่รู้เกิดมาทำไม  ทำอะไรก็ผิดหมด เบื่อ....อยากตาย.." พ่อแม่ก็ขาดความรู้พอที่จะพบนักจิตวิทยา  มักพูดว่า "ไม่มีเวลาและสถานที่จะไปไกลมาก"
  5. พ่อแม่มัก ไม่สนใจที่ต่ออายุสมาชิก ชมรมฯ  ทั้งๆ ที่เสียค่าใช้จ่ายเพียงเดือนละประมาณ 33.33  กว่าบาทเท่านั้น (หากฐานะด้อยจะได้รับการผ่อนปรนให้ไม่ต้องจ่าย) ทำให้เด็กขาดโอกาสที่จะได้รับการช่วยเหลืออย่างครบวงจร  แต่เมื่อเด็กมีอาการเลวลง มักจะติดต่อชมรมฯเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งจะ ยากมาก ๆ แพทย์ที่รับเป็นคนไข้จะหนักใจมากเช่นกัน
  6. พ่อแม่ที่คิดเหล้าบุหรี่อย่างหนักรวมทั้งสารเสพติด  เมื่อมีลูกมักเป็นเด็กพิเศษ
  7. เด็กสมาธิสั้นที่มีฐานะยากจน  ขาดความรักความอบอุ่นจากครอบครัวและขาดโอกาส  เข้าไม่ถึงการช่วยเหลือในการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง เมื่อเป็นวัยรุ่นมักทำผิดกฏหมายหรือเป็นผู้ร้ายหรือติดสารเสพติดและมักเป็นเด็กในสถานพินิจ
    เด็กสมาธิสั้นในกลุ่มอาการหุนหันพลันแล่น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่พ่อแม่มีฐานะยากจน  ขาดความช่วยเหลือที่ถูกต้องและขาดความรักและความอบอุ่นและขาดโอกาสเพราะความยากจน  จะได้รับผลกระทบได้ง่ายและเป็นอันตรายต่อสังคม

ปัญหาระดับภาครัฐ

  1. โรงเรียนมักไม่รับเด็กเรียนร่วม หากทราบว่าเด็กมีสมาธิสั้น มักพูดว่า "อยากรับแต่ยังไม่พร้อม" สังคมโรงเรียน ขาดเมตตาธรรมและศีล 5  (ทั้งๆที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณหรือเงิน) โดยไม่เจตนา  จึงเพิ่มความกดดันให้เกิดปัญหาข้างต้น

  2. ระบบการศึกษาในระดับพื้นฐานยังไม่เอื้ออำนวยให้เด็กเรียนได้  เช่น  ขาดนักจิตวิทยาการศึกษา  ขาดครูการศึกษาพิเศษ  ขาดการคัดกรองและแบ่งระดับความมากน้อยของอาการ  ไม่มีชั้นเรียนคู่ขนาน  ขาดห้องเรียนสอนเสริมและการใช้แผนการศึกษาเฉพาะบุคคล  ทุกอย่างยังคงเป็นปัญหา  ยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน  ต่อเนื่องและทั่วถึง  แถมยังมีปัญหาการขาดศีล 5 ในกลุ่มครู กลุ่มผู้ปกครองและกลุ่มเด็กในโรงเรียน ทั้งๆที่ไม่ต้องใช้เงินแม้แต่สตางค์แดงเดียว จึงทำให้เด็กมีความเสี่ยงที่จะไม่ประสบความสำเร็จทางด้านการเรียน  การศึกษาในระดับอาชีวะและอุดมศึกษายังไม่เอื้ออำนวย  ประกอบกับกฎหมายที่หน่วยราชการบางแห่งใช้ยังไม่ครอบคลุมถึงบุคคลสมาธิสั้น  ยังคงให้บุคคลสมาธิสั้นอยู่ในกลุ่มบุคคลพิการที่มีปัญหาทางจิตและพฤติกรรมหรืออยู่ในกลุ่มบุคคลมีปัญหาสติปัญญา  ไม่แยกให้ชัดเจนตามทางการแพทย์ว่า เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ(Children With Special Needs)หรือเป็นเด็กสมาธิสั้น  จึงทำให้เกิดความสับสน  เข้าไม่ถึงความช่วยเหลือซึ่งไม่ครอบคลุมตามความต้องการที่แท้จริงของบุคคลสมาธิสั้น  โดยเฉพาะเด็กที่พ่อแม่ยากจน 

  3. ไม่มีสถานที่ฝึกอาชีพและดำรงชีพรองรับบุคคลสมาธิสั้นและที่มีอาการแทรกซ้อน ที่หลุดจากระบบการศึกษา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่โรคพัฒนามากขึ้น ถึงขั้นมีปัญหาทางอารมณ์และทางพฤติกรรม เช่น  ติดสารเสพติด ประพฤติผิดกฎหมายทุกรูปแบบ  โดยเฉพาะเด็กที่พ่อแม่ยากจน  พ่อแม่ผู้ปกครองต้องรับภาระ  เกิดความวิตกกังวลว่าเมื่อสิ้นชีวิต ลูกจะดำรงชีวิตอย่างไร 

  4. จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่ชำนาญการของภาครัฐไม่เพียงพอ  ต้องอาศัยบริการทางการแพทย์และยาจากภาคเอกชนซึ่งมีราคาแพงมาก  จึงทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองระดับกลางและล่าง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่บุตรเป็นโรคนี้  เข้าถึงบริการได้ยากลำบาก ขาดโอกาส แม้แต่ยาดี ๆ ก็ไม่มีโอกาสได้รับประทาน  จึงเลี้ยงดูแบบตามมีตามเกิด ทำให้ เกิดปัญหาต่อสังคม โดยภาครัฐไม่ตระหนักว่าเด็กเหล่านี้มีไอคิวสูง  หากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้อง เมื่อเป็นวัยรุ่น  เด็กจะมีปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรม  สามารถสร้างความรุนแรงให้สังคมอย่างน่าสะเทือนใจ

  5. ผู้ปกครองที่มีฐานะดีมักช่วยตนเองได้และมักประสบความสำเร็จ  ส่วนระดับกลางและระดับล่าง  จะมีปัญหาการเงินเพราะค่าแพทย์  ค่ายา  ค่าเลี้ยงดูต้องใช้เงินมาก  ปัญหาครอบครัวแตกแยกมักเกิดขึ้น เด็กเหล่านี้มีสาเหตุจากพันธุกรรมเป็นส่วนใหญ่และมักเป็นเด็กผู้ชาย 

  6. ความช่วยเหลือจากส่วนราชการที่รับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม  ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพให้ทั่วถึง  ต้องใช้เวลานานมาก  เพราะปัญหางบประมาณ  ปัญหาบุคลากรและปัญหาการขาดความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของโรค  ปัญหาที่พบจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขอย่างเร่งด่วน ต่อเนื่องและเป็นระบบ  เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสังคม กับบุคคลสมาธิสั้นและกับครอบครัว ประกอบกับภาครัฐกำหนดให้เด็กที่มีความบกพร่องประเภทต่างๆ ได้กลายเป็น "ผู้พิการ"ไปหมดแม้แต่เด็กแอลดี (ตามพ.ร.บ พัฒนาคุณภาพชึวิตผู้พิการ  ปี 2550 ของกระทรวงพํฒนาสังคมฯ)) ส่วนเด็กสมาธิสั้นไม่เข้าข่ายเพราะหายได้  แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือต้องจดทะเบียนเป็น"คนพิการ" ประเภทแอลดีหรือประเภทมีปัญหาพฤติกรรมซึ่งอยู่ในหัวข้อของบุคคลที่มีปัญหาทางจิต ทำให้พ่อแม่หลีกเลี่ยงและไม่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ  แต่ถ้าภาครัฐเข้าใจและเปลี่ยนคำว่า"คนพิการ"เป็น "คนที่มีความต้องการพิเศษ" เหมือนเช่นต่างประเทศ พ่อแม่ผู้ปกครองจะรู้สึกยินดีที่จะให้ลูกได้รับความช่วยเหลือเพราะเกิดกำลังใจ                      
  7. ภาครัฐอยู่ได้เพราะประชาชน แต่ภาครัฐไม่ได้ช่วยให้ประชาชนทุกประเภทดำรงอยู้ได้  การข่วยเหลือหลายอย่างยังคงไม่ตรงตามความเดือดร้อนของประชาชน  คงมุ่งเน้นไปที่ความต้องการของภาครัฐเป็นหลัก  ผู้เป็นเจ้าของปัญหามิได้มีส่วนร่วมและมักถูกกีดกัน

พวกเราซาบซึ้งในความเมตตาของพระเดชพระคุณเจ้า พระธรรมบัณฑิต ท่านเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก และ พระเดชพระคุณเจ้าพระราชญาณกวี  ท่านผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก  อย่างหาที่สุดมิได้ 

พวกเราได้ทำบุญอันยิ่งใหญ่เพราะความเมตตาของพระเดชพระคุณเจ้าทั้งสององค์ และ พ.ญ คุณสวรรยา เดชอุดม

 

 


 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเรา  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา  บริจาค
Copyright©2013 adhdthai.com
Powered by SMEweb