หน้าแรก  :  เกี่ยวกับเรา  :  สมัครสมาชิก  :  ติดต่อเรา  :  บริจาค
บทความที่ควรอ่าน: เพิ่มศักยภาพเด็กด้วยการปลูกฝังจิตใต้สำนึก
เพิ่มศักยภาพเด็กด้วยการปลูกฝังจิตใต้สำนึก
Views: 11654

 

เพิ่มศักยภาพเด็กด้วยการปลูกฝังจิตใต้สำนึก

              พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครูหรือผู้หลักผู้ใหญ่ต่างวิตกกังวลว่า  ทำไมเด็กไทยในสังคมปัจจุบัน  จึงมีพฤติกรรมที่แปลกแยกผิดเพี้ยนไปจากเดิมมาก ไม่เคารพเชื่อฟังพ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครูและผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้านและที่โรงเรียน  ดื้อดึงอยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่แคร์กับค่ำสั่งสอนของผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นต้นว่า  ชอบแต่งตัวโป๊   นุ่งกางเกงขาสั่นจู๋  ใส่เสิ้อโป๊  ไม่รู้จักอาย   เราจะเห็นเด็กผู้หญิงแต่งตัวเช่นนี้เกลื่อนเมือง  แม้แต่ในวัดวาอาราม  ชอบออกไปทำตัวเด่นตามท้องถนนและในที่สาธารณะ  เป็นจำนวนมากที่เดินคลอเคลียหรือกอดกับเด็กผู้ชายโดยไม่อายผีสางเทวดา  มีเซ็กซ์ก่อนวัยอันควรหรือกินเบียร์กินเหล้าและสูบบุหรี่หน้าตาเฉย  ที่หนักข้อถึงขั้นเสพยา

              

            เราจะโทษใครดี  เด็กหรือพ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู/ผู้หลักผู้ใหญ่  เราโทษใครไม่ได้  นอกจากจะบอกว่าเป็นเพราะสภาพสังคมเปลี่ยนไป  สังคมที่เต็มไปด้วยการเร่งรีบและแข่งขัน  พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู/ผู้หลักผู้ใหญ่  จึงไม่มีเวลาเพียงพอที่จะเลี้ยงดูลูกอย่างถูกวิธีเพราะ  เช้าก็รีบไปทำงาน  ค่ำก็กลับบ้าน  เวลาจะพูดกับลูกน้อยมากและมักจะพกความเครียดติดตัวกลับมาบ้าน  ลูกไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร  ปู่ย่าตายายก็อยู่ไกล  จึงยึดเพื่อนเป็นที่พึ่ง  เพื่อนดีก็พากันดี เพื่อนไม่ดีก็พากันเตลิดเปิดเปิงเถิดเทิงกันไป  พ่อแม่ได้แต่มองตาปริบๆ  นอนตาไม่หลับเหมือนมีใครนำไม้จิ้มฟันมาถ่างตาไว้  ไม่รู้จะพิชิตลูกให้หายดื้อคึงได้อย่างไร  น่าเห็นใจอย่างยิ่ง

              

            พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู/ผู้หลักผู้ใหญ่สมัยใหม่  เลี้ยงดูและดูแลลูกด้วยการนำความวิตกกังวลในอนาคตของลูกมาเป็นเป้าหมายของการเลี้ยงดู   กลัวว่าลูกจะเรียนหนังสือไม่เก่ง  จะไม่ได้ทำงานดีๆมีเงินเดือนสูง  ลูกจึงเติบโตด้วยการฝากไว้กับโรงเรียนใหญ่มีชื่อเสียงและการเรียนพิเศษ  ทำกิจกรรมราคาแพง  เช่น การเรียนดนตรี  การเรียนเทนนิส ฯลฯ  จนลืมดูว่าในสมองของลูกบรรจุความจำอะไรไว้บ้าง  นับตั้งแต่รู้เดียงสา  ระดับเตรียมอนุบาล  จนจบวัยประถม สิ่งที่ถูกบันทึกไว้เป็นของดีหรือของเสีย  ยิ่งผู้ที่ด้อยฐานะ  ยิ่งแย่  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในเมืองใหญ่  ถ้าเป็น  ในชนบทที่ยังไม่เจริญมาก  สิ่งที่ถูกบันทึกไว้ยังคงเป็นของดีเป็นส่วนใหญ่

             

              ด้วยเหตุนี้  ในปัจจุบันสังคมจึงสับสน  แยกไม่ออกว่าอะไรเป็นของดีอะไรเป็นของเสีย  ใครเป็นคนดี  ใครเป็นคนไม่ดี  ทำอะไรอย่างไรจึงจะดีกับตนเองและดีกับผู้อื่น  สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องสร้างตรอบครัวและสังคมที่ดี  ชึวิตของผู้คนในสังคมส่วนใหญ่จึงจะเป็นสุขได้

              การเติบโตของเด็กหนึ่งคน  จากเด็กเล็ก  จนเป็นวัยรุ่น  จะขึ้นอยู่กับสิ่งที่เด็กจดจำไม่มีวันลืมเลือน  เมื่อเติบโตเป็นหนุมสาวและเป็นผู้ใหญ่ก็จะขึ้นอยู่กับความจำเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกพฤติกรรมของคนๆนั้น

            

               ความจำที่ไม่มีวันลืมเลือนนี้คือ จิตใต้สำนึก  มิใช่  จิตสำนึก

                     จิตใต้สำนึก  ไม่มีวันเลือนลางหายไปตลอดชีวิต  นอกจากต้องล้างออกด้วยการสะกดจิตจากผู้ที่ชำนาญการจริงๆเท่านั้น  ในประเทศไทยหายากจริงๆแล้วจะทำอย่างไรดี  นอกจากจะต้องเรียนรู้ด้วยตนเองและปรับเปลี่ยนวิธีเลี้ยงดูหรือดูแลช่วยเหลือลูกอย่างถูกวิธี  ไม่ว่าจะเป็นเด็กธรรมดาหรือเด็กพิเศษ ถ้าอดทนและใช้ความเพียรพยายามก็จะประสบความสำเร็จ  ไม่ยาก   ขอให้ท่านกลับไปอ่านและทำความเข้าใจกับ "หน้าแนะนำเวป"  ของเราและปฏิบัติตามก็จะช่วยให้ประสบความสำเร็จโดยไม่ยาก

              

                จิตใต้สำนึกบงการความคิด  พฤติกรรมและอารมณ์ของทุกคน

               ศักยภาพของเด็กทุกคนจะขึ้นอยู่กับการปลูกฝังจิตใต้สำนึกของพ่อแม่/ผ้ปกครอง/ครู/ผู้หลักผู้ใหญ่รอบตัวเด็ก  นี่คือความสำคัญของจิตใต้สำนึก มิใช่จิตสำนึก  แต่ผู้ใหญ่ต้องมี "จิตใต้สำนึก" ที่ดีเช่นกัน  จึงจะสามารถปลูกฝัง "จิตใต้สำนึก" ที่ดีให้ลูกหลานของตนเองได้  ผู้ใหญ่จึงควรปรับและล้างจิตใต้สำนึกของตนเองให้  "ของเสีย"  เหลือน้อยที่สุดและตั้งหน้าตั้งตา "แก้ไขตนเอง" เลิกแก้ไขผู้อื่น เลิกเห็นว่า "ตนเองเป็นคนดี"  และ "ผู้อื่นเป็นคนเลว"  เสียก่อนจึงจะสามารถ  "ปลูกฝังจิตใต้สำนึก"  ให้ลูกหลานของตนได้

              

           จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ควบคุมการดำรงชีวิตของทุกคน  จิตมีอำนาจและอิทธิพลเหนือมนุษย์  ไม่มีใครรู้ว่า  จิตตั้งอยู่  ณ  ที่ใดในร่างกายของเรา  จิตควบคุมการทำงานของสมอง  ของร่างกาย   อารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของทุกคน ถ้าเปรียบเทียบกับรถยนต์  ตัวรถคือร่างกาย  เครื่องยนต์คือสมอง  "ผู้ถือพวงมาลัยรถคือจิต"  รถจะถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยก็เพราะคนขับผู้ถือพวงมาลัยนั้่นเอง

              

               จิตมนุษย์แบ่งเป็น 3 ประเภท

               จิตเหนือสำนึก เป็นเรื่องอธิบายยาก ต้องประสบด้วยตนเอง  ฝรั่งเรียกว่าซิกซ์เซ็นส์ (Six Sense) พูดง่ายๆคือการที่เรารู้ล่วงหน้าว่า  จะมีอะไรเกิดขึ้นนั่นเอง

               จิตสำนึก คือจิตที่รู้ผิดชอบชั่วดี  รู้จักใช้เหตุและผล  รู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ   อะไรที่ดีอะไรที่ไม่ดี  จิตสำนึกนี้ครอบงำการทำงานของสมองเพียง 5 เปอร์เซ็นเท่านั้น  ถ้าจะเปรียบก็เหมือนสิ่งที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น  ถ้าไม่ปรากฏก็จะไม่รู้ไม่เห็น  คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่าการทำดีหรือไม่ดีเป็นเพราะจิตสำนึก  ความจริงไม่ใช่

               จิตใต้สำนึก จิตตัวนี้แหละสำคัญที่สุด  มีอิทธิพลต่อการทำงานของจิตสำนึก  จิตใต้สำนึกเป็นแหล่งเก็บข้อมูล   ความทรงจำ  ประสบการณ์ที่ได้เห็น ได้ยิน  ได้พูด  ได้ทำ  ไม่ว่าใครจะทำหรือตัวเราทำ  จะถูกบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกทันที  เหมือนข้อมูลที่เก็บไว้ในไฟล์คอมพิวเตอร์  คลิกเมื่อใดได้เรื่องทันที เนื้อหาสาระจะปรากฏบนหน้าจอคอมทันที  ข้อมูล  ความทรงจำ  ประสบการณ์ทุกด้านจะถูกบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกทุกนาที  ทุกชั่วโมง  ทุกวัน  ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน  ทุกปี  ทั้งปีทั้งชาติ  จนกว่าจะตาย  จะตายยังนึกถึงเสียงไก่ร้องก่อนหมดลม   ถ้าคนนั้นมีอาชีพเชือดไก่  ทุกอย่างจะติดทนนานอยู่ในจิตใต้สำนึกตั้งแต่เริ่มรู้เดียงสา

              

                  สิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้าน  เด็กจะบันทึกไว้  เมื่อไปโรงเรียนในระดับอนุบาลและประถม  สิ่งที่ครูทำและเพื่อนทำจะถูกบันทึกไว้  เมื่อเป็นวัยรุ่น/หนุ่มสาว/ผู้ใหญ่ จะรู้จักเลือกจิตใต้สำนึกเองได้  ถ้าได้ถูกปลูกฝังจิตใต้สำนึกเป็นอย่างดีมาตั้งแต่แรกเริ่มรู้เดียงสา  ทั้งจากที่บ้านและที่โรงเรียน  เช่น  ถ้าเห็นเพื่อนคนที่เราไม่ชอบเดินสวนทางมา  จิตใต้สำนึกจะสั่งให้หน้าเราบึ้งทันที  แต่ถ้าเรารู้จักเลือกจิตใต้สำนึก  เมื่อเพื่อนคนนี้ทำให้โกรธ  เราจะต้องรู้จักให้อภัยเพื่อน ไม่ถือสาเพื่อน  เมื่อเพื่อนคนนี้เดินผ่าน  หน้าตาเราจะยิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายเพื่อน  เราก็จะสร้างเพื่อนได้ง่าย เป็นต้น  สิ่งที่ถูกปลูกฝังมาคือ   "การให้อภัยผู้อื่น"

            

                จิตใต้สำนึกมีถึง 95 เปอร์เซ็น  จิตใต้สำนึกจะครอบงำจิตสำนึกและสั่งจิตสำนึก  ถ้าจิตใต้สำนึกเป็นขยะก็จะส่งกลิ่นขึ้นมายังจิตสำนึก  ถ้าจิตใต้สำนึกเป็นดอกไม้หอม  กลิ่นหอมจะส่งกลิ่นมายังจิตสำนึก   ทำให้ความรู้สึกนึกคิดและการกระทำของผู้นั้นถูกต้องตามหลักธรรมะ

           

                ฮิตเลอร์ปลูกฝังจิตใต้สำนึกคนเยอรมันให้เกลียดคนยิว  ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อว่า  ชาวยิวไม่ดีทำลายคนเยอรมันและประเทศเยอรมัน  จะทำให้สิ้นชาติ  ผลที่เกิดดีเกิดคาด   ฮิตเลอร์สามารถสังหารคนยิวด้วยวิธีการต่างๆที่แสนจะทรมานเป็นล้านคน  แต่ในที่สุดฮิตเลอร์และบรรดาทหารใกล้ชิดต้องประสบชะตากรรมทุกคนโดยศาลระหว่างประเทศที่เมืองนูเลมเบิร์ก

          

                บางประเทศผู้มีอำนาจใช้สื่อโฆษณา  ป้ายสีฝ่ายที่มีความคิดเห็นแตกต่างให้ลงในจิตใต้สำนึกของผู้ฟังพวกของตน  จนฝ่ายตรงข้ามเป็นที่เกลียดชังของกลุ่มคนที่เป็นพวกของตน  จนเกิดกลียุคกันในหลายประเทศ  ถึงกับให้ทหารออกมารบราฆ่าฟันพลเมืองของตนเองอย่างทารุณ  แต่แล้วตนเองก็ไม่พ้นชะตากรรมทั้งสิ้น นี่คืออิทธพลของการปลูกฝังจิตใต้สำนึกแบบผิด ๆ การโฆษณาทางสื่อที่ผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริงหรือใส่สีตีไข่  สามารถสร้างจิตใต้สำนึกผิดๆให้ผู้ดูผู้ฟังได้เช่นกัน

             การปลูกฝังจิตใต้สำนึกให้ได้ผลมากที่สุด จำเป็นที่จะต้องรู้เรื่องการทำงานของคลื่นสมองด้วย

             คลื่นเบต้า ขณะที่ตื่นเต็มที่จะเกิดการรับรู้  สามารถใช้ความคิดและแสดงความรู้สึกทางอารมณ์ได้

             คลื่นอัลฟ่า  ขณะที่รู้สึกตัว  จิตจะเพ่งอยู่ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่จะมีอาการเหม่อลอย

             คลื่นเธทต้า ขณะที่กำลังจะนิ่ง  ยังคงรู้ตัว  พอได้ยินและมองเห็นภาพ แต่ตอบสนองไม่ได้ทันที  จิตใต้สำนึกเริ่มเปิด  เริ่มปลูกฝังจิตใต้สำนึกด้วยการเล่านิทานท่ี่สอนเด็กให้รู้จักความขยันและอดทน  เช่น  เรื่องเต่ากับกระต่าย

             คลื่นเดลต้า  ขณะอยู่ในอาการนิ่งหลับลึก  จิตใต้สำนึกเปิดตัวเต็มที่ การปลูกฝังจิตใต้สำนึกจะได้ผลมาก  ให้นิทานที่กำลังเล่ามาจบลงที่ " นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..........

             

                 การปลูกฝังจิตใต้สำนึก  จะต้องเกิดจากการกระทำและพูดให้เด็กเห็นและได้ยินเป็นประจำ  ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน  โดยพ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู/ผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวเด็ก  มิใช่ปลูกฝังโดยการพูดสั่งสอนเจื้อยแจ้วไปเรื่อย  สิ่งที่พูดจะไม่ลงไปในจิตใต้สำนึกของเด็ก  นอกจากเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา  ด้วยเหตุนี้ปู่ย่าตายายจึงนิยมเล่านิทานให้ลูกหลานฟัง  ตอนนอนกลางวันและก่อนหลับในเวลากลางคืนเป็นประจำ  บางครอบครัวเล่าตั้งแต่ยังนอนแบเบาะอยู่ในเปลด้วยการร้องเพลงเห่กล่อม

            

                 พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู   จะต้องปลูกฝังจิตใต้สำนึกให้เด็กด้วยการประพฤติปฏิบัติให้เด็กเห็นเป็นตัวอย่างได้ด้วยการที่ตนต้อง  นั่นคือต้องสร้างจิตใต้สำนึกให้ตนเองใหม่  ของเก่าที่ไม่ดีเกี่ยวกับลูกหรือผู้อื่นต้องล้างออกให้หมดด้วยการเพียรทำบุญทุกวัน ตามหลักทาน  ศีล  ภาวนา  เท่านั้น  มิฉะนั้นทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องยาก เพราะตนเองก็ไม่สามารถปฏิบัติให้เด็กเห็นได้เช่นกัน

           

             สิ่งที่ควรปลูกฝังในจิตใต้สำนึกของเด็กตั้งแต่รู้เดียงสา  มีดังต่อไปนี้

            - ความรักความเมตตาที่มีต่อเด็ก  ผลที่ได้คือเด็กจะรักและเชื่อฟังเมื่อเติบโตขึ้น รู้จักให้ความรักและเมตตาต่อผู้อื่น

            - การทำบุญทุกวันด้วยการทำทาน รักษาศีล 5 และการสวดมนต์ภาวนา  ผลที่ได้คือเด็กจะเป็นนคิดดี  พูดดี  ทำดี  มีสติและมีปัญญาที่จะควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์ตนเอง  ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน  โตขึ้นจะเป็นเด็กที่มีความสุขและมีแต่คนรักใคร่เอ็นดู  สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นและให้เกียรติผู้อื่น

            - ความกตัญญูที่มีต่อบิดามารดา  เมื่อเด็กโตขึ้นจะรู้จักการแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่/ครูของตน

            - หน้าที่และความรับผิดชอบ  เช่น  เมื่อถึงเวลาที่กำหนด  เด็กจะต้องเลิกเล่นหรือดูทีวี  ต้องทำการบ้าน  การมอบหมายให้รับผิดชอบงานบ้านง่ายๆ เช่น มีหน้าที่ยกกับข้าว  ล้างแก้ว ฯลฯ

            - การอยู่ร่วมกับผู้อื่น  ภายในบ้านและที่โรงเรียนจะต้องได้ยินวลีเช่นนี้บ่อย ๆ "ไม่เป็นไร.....ช่างมันเถอะ.....เราทำใหม่่ได้....เราโชคดี.....ขอโทษ.....ขอบคุณ.....ฯลฯ..."

            - การใฝ่รู้ ต้องพาเด็กไปร้านหนังสือ ไปห้องสมุด  ดูหนังสารคดี ฯลฯ เมื่อโตขึ้นเด็กจะเข้าใจการเรียนรู้ด้วยตนเอง  ไม่รู้เฉพาะเท่าที่เรียนหรือแค่ตำรับคำราเท่านั้น

            - การรักของสาธารณะ เช่น  การักษาหน้าบ้านให้สะอาดและสวยงาม การไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะ ไม่ทำสิ่งแวดล้อมเสีย ฯลฯ

            - การมีระเบียบวินัยและรู้จักสมบัติผู้ดี

                  - อื่น ๆ ตามที่เหมาะสม

           

                 เมื่อเด็กถูกเลี้ยงดูด้วยการปลูกฝังจิตใต้สำนึกเช่นนี้  เด็กจะรักและเคารพพ่อแม่และครู  จะทำให้เกิดการเชื่อฟังและความพยายามที่จะทำให้พ่อแม่และครูมีความสุขและสมหวัง

           

                 ศักยภาพของเด็กจะเพิ่มขึ้น  ทั้งด้านการเรียน  พฤติกรรมและอารมณ์  เด็กจะมีความภาคภูมิใจในตนเอง  ภายในบ้าน ในโรงเรียนและสังคมจะเป็นสุขเพราะเด็กได้รับการปลูกฝังจิตใต้สำนึกมาอย่างดี "จิตสำนึกจะดีไปด้วย" เมื่อเด็กเติบโตขึ้นจะเป็นผู้ใหญ่ที่ปฏิบัติตนตามหลักธรรมะได้เป็นอย่างดี บ้านและสังคมจะเป็นสุข 

***************

          

 

 

              

 



 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเรา  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา  บริจาค
Copyright©2014 adhdthai.com
Powered by SMEweb