หน้าแรก  :  เกี่ยวกับเรา  :  สมัครสมาชิก  :  ติดต่อเรา  :  บริจาค
บทความที่ควรอ่าน: เพิ่มศักยภาพเด็กด้วยการปลูกฝังจิตใต้สำนึก
เพิ่มศักยภาพเด็กด้วยการปลูกฝังจิตใต้สำนึก
Views: 19141

เพิ่มศักยภาพเด็กด้วยการปลูกฝังจิตใต้สำนึก

������������� พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครูหรือผู้หลักผู้ใหญ่ต่างวิตกกังวลว่า� ทำไมเด็กไทยในสังคมปัจจุบัน� จึงมีพฤติกรรมที่แปลกแยกผิดเพี้ยนไปจากเดิมมาก ไม่เคารพเชื่อฟังพ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครูและผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้านและที่โรงเรียน� ดื้อดึงอยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่แคร์กับค่ำสั่งสอนของผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นต้นว่า� ชอบแต่งตัวโป๊�� นุ่งกางเกงขาสั่นจู๋ �ใส่เสิ้อโป๊� ไม่รู้จักอาย�� เราจะเห็นเด็กผู้หญิงแต่งตัวเช่นนี้เกลื่อนเมือง� แม้แต่ในวัดวาอาราม� ชอบออกไปทำตัวเด่นตามท้องถนนและในที่สาธารณะ� เป็นจำนวนมากที่เดินคลอเคลียหรือกอดกับเด็กผู้ชายโดยไม่อายผีสางเทวดา� มีเซ็กซ์ก่อนวัยอันควรหรือกินเบียร์กินเหล้าและสูบบุหรี่หน้าตาเฉย� ที่หนักข้อถึงขั้นเสพยา

��������������

����������� เราจะโทษใครดี� เด็กหรือพ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู/ผู้หลักผู้ใหญ่เราโทษใครไม่ได้� นอกจากจะบอกว่าเป็นเพราะสภาพสังคมเปลี่ยนไป� สังคมที่เต็มไปด้วยการเร่งรีบและแข่งขัน� พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู/ผู้หลักผู้ใหญ่� จึงไม่มีเวลาเพียงพอที่จะเลี้ยงดูลูกอย่างถูกวิธีเพราะ �เช้าก็รีบไปทำงาน��ค่ำก็กลับบ้าน� เวลาจะพูดกับลูกน้อยมากและมักจะพกความเครียดติดตัวกลับมาบ้าน� ลูกไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร� ปู่ย่าตายายก็อยู่ไกล� จึงยึดเพื่อนเป็นที่พึ่ง� เพื่อนดีก็พากันดี เพื่อนไม่ดีก็พากันเตลิดเปิดเปิงเถิดเทิงกันไป� พ่อแม่ได้แต่มองตาปริบๆ� นอนตาไม่หลับเหมือนมีใครนำไม้จิ้มฟันมาถ่างตาไว้� ไม่รู้จะพิชิตลูกให้หายดื้อคึงได้อย่างไร� น่าเห็นใจอย่างยิ่ง

��������������

����������� พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู/ผู้หลักผู้ใหญ่สมัยใหม่� เลี้ยงดูและดูแลลูกด้วยการนำความวิตกกังวลในอนาคตของลูกมาเป็นเป้าหมายของการเลี้ยงดู�� กลัวว่าลูกจะเรียนหนังสือไม่เก่ง� จะไม่ได้ทำงานดีๆมีเงินเดือนสูง� ลูกจึงเติบโตด้วยการฝากไว้กับโรงเรียนใหญ่มีชื่อเสียงและการเรียนพิเศษ� ทำกิจกรรมราคาแพง� เช่น การเรียนดนตรี� การเรียนเทนนิส ฯลฯ� จนลืมดูว่าในสมองของลูกบรรจุความจำอะไรไว้บ้าง� นับตั้งแต่รู้เดียงสา� ระดับเตรียมอนุบาล� จนจบวัยประถม สิ่งที่ถูกบันทึกไว้เป็นของดีหรือของเสีย� ยิ่งผู้ที่ด้อยฐานะ� ยิ่งแย่� โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในเมืองใหญ่� ถ้าเป็น� ในชนบทที่ยังไม่เจริญมาก� สิ่งที่ถูกบันทึกไว้ยังคงเป็นของดีเป็นส่วนใหญ่

�������������

������������ �ด้วยเหตุนี้� ในปัจจุบันสังคมจึงสับสน� แยกไม่ออกว่าอะไรเป็นของดีอะไรเป็นของเสีย� ใครเป็นคนดี� ใครเป็นคนไม่ดี� ทำอะไรอย่างไรจึงจะดีกับตนเองและดีกับผู้อื่น� สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องสร้างตรอบครัวและสังคมที่ดี� ชึวิตของผู้คนในสังคมส่วนใหญ่จึงจะเป็นสุขได้

������������� การเติบโตของเด็กหนึ่งคน� จากเด็กเล็ก� จนเป็นวัยรุ่น� จะขึ้นอยู่กับสิ่งที่เด็กจดจำไม่มีวันลืมเลือน� เมื่อเติบโตเป็นหนุมสาวและเป็นผู้ใหญ่ก็จะขึ้นอยู่กับความจำเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกพฤติกรรมของคนๆนั้น

������������

������������ � ความจำที่ไม่มีวันลืมเลือนนี้คือ จิตใต้สำนึก มิใช่จิตสำนึก

�������������������� จิตใต้สำนึก� ไม่มีวันเลือนลางหายไปตลอดชีวิต� นอกจากต้องล้างออกด้วยการสะกดจิตจากผู้ที่ชำนาญการจริงๆเท่านั้น� ในประเทศไทยหายากจริงๆแล้วจะทำอย่างไรดี� นอกจากจะต้องเรียนรู้ด้วยตนเองและปรับเปลี่ยนวิธีเลี้ยงดูหรือดูแลช่วยเหลือลูกอย่างถูกวิธี� ไม่ว่าจะเป็นเด็กธรรมดาหรือเด็กพิเศษ ถ้าอดทนและใช้ความเพียรพยายามก็จะประสบความสำเร็จ� ไม่ยาก�� ขอให้ท่านกลับไปอ่านและทำความเข้าใจกับ "หน้าแนะนำเวป"� ของเราและปฏิบัติตามก็จะช่วยให้ประสบความสำเร็จโดยไม่ยาก

��������������

�������������� �จิตใต้สำนึกบงการความคิด� พฤติกรรมและอารมณ์ของทุกคน

�������������� ศักยภาพของเด็กทุกคนจะขึ้นอยู่กับการปลูกฝังจิตใต้สำนึกของพ่อแม่/ผ้ปกครอง/ครู/ผู้หลักผู้ใหญ่รอบตัวเด็ก� นี่คือความสำคัญของจิตใต้สำนึก มิใช่จิตสำนึก� แต่ผู้ใหญ่ต้องมี "จิตใต้สำนึก" ที่ดีเช่นกัน� จึงจะสามารถปลูกฝัง "จิตใต้สำนึก" ที่ดีให้ลูกหลานของตนเองได้� ผู้ใหญ่จึงควรปรับและล้างจิตใต้สำนึกของตนเองให้� "ของเสีย"� เหลือน้อยที่สุดและตั้งหน้าตั้งตา "แก้ไขตนเอง" เลิกแก้ไขผู้อื่น เลิกเห็นว่า "ตนเองเป็นคนดี"� และ "ผู้อื่นเป็นคนเลว"� เสียก่อนจึงจะสามารถ� "ปลูกฝังจิตใต้สำนึก"� ให้ลูกหลานของตนได้

��������������

���������� จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ควบคุมการดำรงชีวิตของทุกคน� จิตมีอำนาจและอิทธิพลเหนือมนุษย์� ไม่มีใครรู้ว่า� จิตตั้งอยู่� ณ� ที่ใดในร่างกายของเรา� จิตควบคุมการทำงานของสมอง� ของร่างกาย���อารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของทุกคน ถ้าเปรียบเทียบกับรถยนต์� ตัวรถคือร่างกาย� เครื่องยนต์คือสมอง� "ผู้ถือพวงมาลัยรถคือจิต"� รถจะถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยก็เพราะคนขับผู้ถือพวงมาลัยนั้่นเอง

��������������

���������������จิตมนุษย์แบ่งเป็น 3 ประเภท

�������������� จิตเหนือสำนึก เป็นเรื่องอธิบายยาก ต้องประสบด้วยตนเอง� ฝรั่งเรียกว่าซิกซ์เซ็นส์ (Six Sense) พูดง่ายๆคือการที่เรารู้ล่วงหน้าว่า� จะมีอะไรเกิดขึ้นนั่นเอง

�������������� จิตสำนึก คือจิตที่รู้ผิดชอบชั่วดี� รู้จักใช้เหตุและผล� รู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ� �อะไรที่ดีอะไรที่ไม่ดี� จิตสำนึกนี้ครอบงำการทำงานของสมองเพียง 5 เปอร์เซ็นเท่านั้น� ถ้าจะเปรียบก็เหมือนสิ่งที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น� ถ้าไม่ปรากฏก็จะไม่รู้ไม่เห็น� คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่าการทำดีหรือไม่ดีเป็นเพราะจิตสำนึก� ความจริงไม่ใช่

�������������� จิตใต้สำนึก จิตตัวนี้แหละสำคัญที่สุด� มีอิทธิพลต่อการทำงานของจิตสำนึก� จิตใต้สำนึกเป็นแหล่งเก็บข้อมูล�� ความทรงจำ� ประสบการณ์ที่ได้เห็น ได้ยิน� ได้พูด� ได้ทำ� ไม่ว่าใครจะทำหรือตัวเราทำ� จะถูกบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกทันที� เหมือนข้อมูลที่เก็บไว้ในไฟล์คอมพิวเตอร์� คลิกเมื่อใดได้เรื่องทันที เนื้อหาสาระจะปรากฏบนหน้าจอคอมทันที� ข้อมูล� ความทรงจำ� ประสบการณ์ทุกด้านจะถูกบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกทุกนาที� ทุกชั่วโมง� ทุกวัน� ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน� ทุกปี� ทั้งปีทั้งชาติ� จนกว่าจะตาย� จะตายยังนึกถึงเสียงไก่ร้องก่อนหมดลม�� ถ้าคนนั้นมีอาชีพเชือดไก่� ทุกอย่างจะติดทนนานอยู่ในจิตใต้สำนึกตั้งแต่เริ่มรู้เดียงสา

��������������

���������������� �สิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้าน� เด็กจะบันทึกไว้� เมื่อไปโรงเรียนในระดับอนุบาลและประถม� สิ่งที่ครูทำและเพื่อนทำจะถูกบันทึกไว้� เมื่อเป็นวัยรุ่น/หนุ่มสาว/ผู้ใหญ่ จะรู้จักเลือกจิตใต้สำนึกเองได้� ถ้าได้ถูกปลูกฝังจิตใต้สำนึกเป็นอย่างดีมาตั้งแต่แรกเริ่มรู้เดียงสา� ทั้งจากที่บ้านและที่โรงเรียนเช่น� ถ้าเห็นเพื่อนคนที่เราไม่ชอบเดินสวนทางมา� จิตใต้สำนึกจะสั่งให้หน้าเราบึ้งทันที� แต่ถ้าเรารู้จักเลือกจิตใต้สำนึก� เมื่อเพื่อนคนนี้ทำให้โกรธ� เราจะต้องรู้จักให้อภัยเพื่อน ไม่ถือสาเพื่อน� เมื่อเพื่อนคนนี้เดินผ่าน� หน้าตาเราจะยิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายเพื่อน� เราก็จะสร้างเพื่อนได้ง่าย เป็นต้น� สิ่งที่ถูกปลูกฝังมาคือ�� "การให้อภัยผู้อื่น"

������������

�������������� �จิตใต้สำนึกมีถึง 95 เปอร์เซ็น� จิตใต้สำนึกจะครอบงำจิตสำนึกและสั่งจิตสำนึก� ถ้าจิตใต้สำนึกเป็นขยะก็จะส่งกลิ่นขึ้นมายังจิตสำนึก� ถ้าจิตใต้สำนึกเป็นดอกไม้หอม� กลิ่นหอมจะส่งกลิ่นมายังจิตสำนึก�� ทำให้ความรู้สึกนึกคิดและการกระทำของผู้นั้นถูกต้องตามหลักธรรมะ

�����������

������������� � ฮิตเลอร์ปลูกฝังจิตใต้สำนึกคนเยอรมันให้เกลียดคนยิว� ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อว่า� ชาวยิวไม่ดีทำลายคนเยอรมันและประเทศเยอรมัน� จะทำให้สิ้นชาติ� ผลที่เกิดดีเกิดคาด�� ฮิตเลอร์สามารถสังหารคนยิวด้วยวิธีการต่างๆที่แสนจะทรมานเป็นล้านคน� แต่ในที่สุดฮิตเลอร์และบรรดาทหารใกล้ชิดต้องประสบชะตากรรมทุกคนโดยศาลระหว่างประเทศที่เมืองนูเลมเบิร์ก

����������

������������ �� บางประเทศผู้มีอำนาจใช้สื่อโฆษณา� ป้ายสีฝ่ายที่มีความคิดเห็นแตกต่างให้ลงในจิตใต้สำนึกของผู้ฟังพวกของตน� จนฝ่ายตรงข้ามเป็นที่เกลียดชังของกลุ่มคนที่เป็นพวกของตน� จนเกิดกลียุคกันในหลายประเทศ� ถึงกับให้ทหารออกมารบราฆ่าฟันพลเมืองของตนเองอย่างทารุณ� แต่แล้วตนเองก็ไม่พ้นชะตากรรมทั้งสิ้น นี่คืออิทธพลของการปลูกฝังจิตใต้สำนึกแบบผิด ๆ การโฆษณาทางสื่อที่ผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริงหรือใส่สีตีไข่� สามารถสร้างจิตใต้สำนึกผิดๆให้ผู้ดูผู้ฟังได้เช่นกัน

������������ การปลูกฝังจิตใต้สำนึกให้ได้ผลมากที่สุด จำเป็นที่จะต้องรู้เรื่องการทำงานของคลื่นสมองด้วย

������������ คลื่นเบต้า ขณะที่ตื่นเต็มที่จะเกิดการรับรู้� สามารถใช้ความคิดและแสดงความรู้สึกทางอารมณ์ได้

������������ คลื่นอัลฟ่า �ขณะที่รู้สึกตัว� จิตจะเพ่งอยู่ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่จะมีอาการเหม่อลอย

�������������คลื่นเธทต้า ขณะที่กำลังจะนิ่ง �ยังคงรู้ตัว� พอได้ยินและมองเห็นภาพ แต่ตอบสนองไม่ได้ทันที� จิตใต้สำนึกเริ่มเปิด �เริ่มปลูกฝังจิตใต้สำนึกด้วยการเล่านิทานท่ี่สอนเด็กให้รู้จักความขยันและอดทน� เช่น �เรื่องเต่ากับกระต่าย

������������ คลื่นเดลต้า� ขณะอยู่ในอาการนิ่งหลับลึก� จิตใต้สำนึกเปิดตัวเต็มที่ การปลูกฝังจิตใต้สำนึกจะได้ผลมาก �ให้นิทานที่กำลังเล่ามาจบลงที่ " นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..........

�������������

��������������� �การปลูกฝังจิตใต้สำนึก� จะต้องเกิดจากการกระทำและพูดให้เด็กเห็นและได้ยินเป็นประจำ� ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนโดยพ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู/ผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวเด็ก� มิใช่ปลูกฝังโดยการพูดสั่งสอนเจื้อยแจ้วไปเรื่อย� สิ่งที่พูดจะไม่ลงไปในจิตใต้สำนึกของเด็ก��นอกจากเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา� ด้วยเหตุนี้ปู่ย่าตายายจึงนิยมเล่านิทานให้ลูกหลานฟัง� ตอนนอนกลางวันและก่อนหลับในเวลากลางคืนเป็นประจำ� บางครอบครัวเล่าตั้งแต่ยังนอนแบเบาะอยู่ในเปลด้วยการร้องเพลงเห่กล่อม

������������

��������������� �พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู�� จะต้องปลูกฝังจิตใต้สำนึกให้เด็กด้วยการประพฤติปฏิบัติให้เด็กเห็นเป็นตัวอย่างได้ด้วยการที่ตนต้อง� นั่นคือต้องสร้างจิตใต้สำนึกให้ตนเองใหม่� ของเก่าที่ไม่ดีเกี่ยวกับลูกหรือผู้อื่นต้องล้างออกให้หมดด้วยการเพียรทำบุญทุกวัน ตามหลักทาน� ศีล��ภาวนา� เท่านั้น� มิฉะนั้นทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องยาก เพราะตนเองก็ไม่สามารถปฏิบัติให้เด็กเห็นได้เช่นกัน

�����������

�������������สิ่งที่ควรปลูกฝังในจิตใต้สำนึกของเด็กตั้งแต่รู้เดียงสา� มีดังต่อไปนี้

����������� - ความรักความเมตตาที่มีต่อเด็ก� ผลที่ได้คือเด็กจะรักและเชื่อฟังเมื่อเติบโตขึ้น รู้จักให้ความรักและเมตตาต่อผู้อื่น

����������� - การทำบุญทุกวันด้วยการทำทาน รักษาศีล 5 และการสวดมนต์ภาวนา� ผลที่ได้คือเด็กจะเป็นนคิดดี �พูดดี �ทำดี� มีสติและมีปัญญาที่จะควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์ตนเอง� ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน� โตขึ้นจะเป็นเด็กที่มีความสุขและมีแต่คนรักใคร่เอ็นดู� สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นและให้เกียรติผู้อื่น

����������� - ความกตัญญูที่มีต่อบิดามารดา� เมื่อเด็กโตขึ้นจะรู้จักการแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่/ครูของตน

����������� - หน้าที่และความรับผิดชอบ �เช่น� เมื่อถึงเวลาที่กำหนด� เด็กจะต้องเลิกเล่นหรือดูทีวี �ต้องทำการบ้าน� การมอบหมายให้รับผิดชอบงานบ้านง่ายๆ เช่น มีหน้าที่ยกกับข้าว� ล้างแก้ว ฯลฯ

����������� - การอยู่ร่วมกับผู้อื่น� ภายในบ้านและที่โรงเรียนจะต้องได้ยินวลีเช่นนี้บ่อย ๆ "ไม่เป็นไร.....ช่างมันเถอะ.....เราทำใหม่่ได้....เราโชคดี.....ขอโทษ.....ขอบคุณ.....ฯลฯ..."

����������� - การใฝ่รู้ ต้องพาเด็กไปร้านหนังสือ ไปห้องสมุด� ดูหนังสารคดี ฯลฯ เมื่อโตขึ้นเด็กจะเข้าใจการเรียนรู้ด้วยตนเอง� ไม่รู้เฉพาะเท่าที่เรียนหรือแค่ตำรับคำราเท่านั้น

����������� - การรักของสาธารณะ เช่น� การักษาหน้าบ้านให้สะอาดและสวยงาม การไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะ ไม่ทำสิ่งแวดล้อมเสีย ฯลฯ

����������� - การมีระเบียบวินัยและรู้จักสมบัติผู้ดี

����������������� - อื่น ๆ ตามที่เหมาะสม

�����������

��������������� �เมื่อเด็กถูกเลี้ยงดูด้วยการปลูกฝังจิตใต้สำนึกเช่นนี้� เด็กจะรักและเคารพพ่อแม่และครู� จะทำให้เกิดการเชื่อฟังและความพยายามที่จะทำให้พ่อแม่และครูมีความสุขและสมหวัง

�����������

���������������� ศักยภาพของเด็กจะเพิ่มขึ้น� ทั้งด้านการเรียน� พฤติกรรมและอารมณ์� เด็กจะมีความภาคภูมิใจในตนเอง� ภายในบ้าน ในโรงเรียนและสังคมจะเป็นสุขเพราะเด็กได้รับการปลูกฝังจิตใต้สำนึกมาอย่างดี "จิตสำนึกจะดีไปด้วย" เมื่อเด็กเติบโตขึ้นจะเป็นผู้ใหญ่ที่ปฏิบัติตนตามหลักธรรมะได้เป็นอย่างดี บ้านและสังคมจะเป็นสุข

***************

����������

��������������



 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเรา  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา  บริจาค
Copyright©2016 adhdthai.com
Powered by SMEweb